ใครลอบฆ่านายเตียง ศิริขันธ์และจิตร์ ภูมิศักดิ์...คุณบุญเกิดช่วยด้วยครับ

ขอนำคำจากกระทู้ ซึ่งจำไม่ได้ และความคิดเห็นที่ 40 ของคุณบุญเกิด มาตั้งเป็นกระทู้คุยต่อ และขออนุญาติคุณบุญเกิดด้วยครับ....

1.คุณประสาทก็ประสาทสมชื่อจริงๆ ไปยกแต่ตัวอย่างที่ตนเองได้เปรียบ คุณทำไม่ไม่ยกตัวอย่างคุณปณวัตร เลี้ยงเผ่าพันธุ์ แห่งบุรีรัมย์ ที่โดนดักยิง แถวสะพานควายบ้าง ไม่ไปถามทายาทคุณไถง สุวรรณทัต อดึต ส.ส. ขาเดียว พรรค ปชป.บ้าง ทายาทส.ส.เตียง สิริขันธ์ ส.ส.พร มะลิทอง เป็นต้น เล่นไปเชื่อแต่ข้อมูลของ เชอร์ล็อกโฮลมส์ เอ๊ย สงค์ผู้แต่งนิยายนักสืบตอน "ใครขว้างระเบิดบ้านข้า" เอ๊ยตอน "แรงพยาบาท - A study in Scarlet" เมื่อหลายปีมาแล้ว ตอนบ้านเชอร์ล๊อกสงค์ถูกปาระเบิด เข้าใจรถในบ้าน ก็ เสียหายนิดหน่อย ใช่รถโตโยต้ายี่ห้อ scarlet รึเปล่าก็ไม่รู้ ...จริงๆแล้ว เซอร์อาร์เทอร์ โดแนนดอยล์ เขียนนิยายเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2434 คือ100 กว่าปีล่วงมาแล้วครับ

2. ถ้าใครติดตามข่าวอาชญากรรมแบบเหลือเชื่อ แต่ก็เป็นเรื่องจริงครับ เช่น ขุนส่าแห่งบ้านหินแตก ที่เคยยึดเอาดินแดนประเทศไทย บางส่วนเป็น อาณาจักรส่วนตัว จนทางรัฐบาลต้องส่งกำลังรบไปขับไล่จนแตกกระเจิง และหลบหนีเข้าพม่า ปัจจุบันไม่ใช่ผู้นำกองกำลังกองทัพกู้ชาติอีกแล้ว แต่กลายเป็นพวกเดียวกับผู้มีอำนาจของพม่า อดีตของขุนส่าก็คือราชา ยาเสพติด โดยเฉพาะเฮโรอิน ราชายาเสพติดหลายต่อหลายราย ได้ทำปฏิหาริย์หนีคุกหนีตะราง เมือง ไทยไปได้อย่างน่าพิศวง บางรายหนีประกันดำดิน ไปเลย บางรายหลบหนี การล้อมปราบไปได้อย่างเหลือเชื่อ เช่น บังรอน เป็นต้น เมื่อปี 2531 นาย อนุชิต เสียงอ่อน มือปืนมหากาฬสังกัดซุ้มขุนส่า ผู้ชอบพรางตัวโดยการ แต่งชุดทหารพรานได้จนมุมตำรวจเพราะการไล่ล่าอย่าง เกาะติดของ ตำรวจไทย มือปืนรายนี้เคยได้ค่าหัวสูงสุดถึง 10 ล้านบาท ในการสังหาร บุคคลตามใบสั่ง ตอนนี้ไม่ทราบว่าเขายังอยู่ในคุกหรือว่าโดนตัดสิน ประหารชีวิตไปแล้ว เรื่องเงินค่าหัวนี่ จะกี่ล้านบาทก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เมื่อเทียบกับเงินใน ตู้เซพของนักค้ายาบ้าที่ตำรวจจับได้เร็วๆนี้ เช่น ที่ย่านบางแคปรากฎว่าพบ เงินสดในตู้เซพของกลางมีกว่า 60 ล้านบาท บางทีนักฆ่า ไม่ใช่มือปีน รับจ้างแต่เป็นสาวกหรือ พวกคลั่งในองค์การหรือ ขบวนการใดขบวนการ หนึ่ง ที่น่าจดจำก็คือการลอบปลงพระชนม์พระเจ้าอาชยุค เฟอร์ดินัน รัชทายาทอาณาจักรออสเตรีย-ฮังการี อันเป็นชะนวนให้เกิดสงครามโลก ครั้งที่ 1 หรือการลอบสังหารประธานาธิบดีนัสเซอร์ และอัลวา ซาดัดแห่ง อิยิปต์ เป็นต้น คุณประสงค์และคุณประสาทจะพูดจะเขียนอย่างไรก็ได้ครับแต่คนไทย ส่วนใหญ่ไม่ได้คิดเช่นนั้นแน่ๆ เราต้องการให้ประเทศไทยอยู่ในความ สงบให้จงได้ แม้แต่โรคซาร์ส เราก็ยังต้องป้องกันสุดฤทธิ์สุดเดช เพราะ มิให้เกิดอันตรายในบ้านเมืองของเรา รวมถึงนายกรัฐมนตรีของเรา ก็เช่น เดียวกัน ต้องได้รับการอารักขาอย่างดีที่สุด 3. มือปืนบางคนผมที่ผมรู้จักตำรวจก็รู้จักครับส่วนรายชื่อนั้นผมยกมา เป็นตัวอย่างเท่านั้นเอง เพื่อให้ทราบว่าผมมิได้เล่าเรื่องแบบยกเมฆ ตำรวจ ต้องรู้ดีกว่าผมแน่ๆ ถ้ารัฐบาลกวาดล้างอย่างเอาจริง เมืองไทยจะดีขึ้น คนไทยจะบายขึ้น ประเทศชาติจะมั่งคั่ง มั่นคง และเศรษฐกิจโดยรวม จะดีขึ้นกว่านี้เยอะ ครับ [บุญเกิด - - 20 พ.ค. 2546 18:31 ]

ความคิดเห็นที่ 41
คุณบุญเกิด คุณเป็นผู้ที่รอบรู้จริงๆครับ ขอบคุณและ ขอบคุณ ผมสงสัยและอยากรู้เหมือนคนไทยทั้งชาติ ว่าใครเป็นคนลอบ ปลงพระชนน์พระอานันทะครับ หากคุณรู้ช่วยค้นประวัติศาสตร์ด้วยครับ รวมทั้งใครสั่งฆ่าจิตร์ ภูมิศักดิ์ และใครที่ฆ่านายเตียง ศิริขันธ์ เพราะครั้ง ใดที่ผมผ่านอนุสรณ์นั้นที่ถนนรัชดาฯ /บางเขน ผมสงสัยและอยากรู้ และ ใครทำให้เกิดหลักฐานการแขวนคอ นศ. ที่ธรรมศาสตร์ จนทำให้เกิดเหตุ 6 ตุลาฯ บางคนว่า น.ส.พ.ดาวสยาม (แต่ผมได้ทราบจากการอ่านข้อมูล ของนายนอร์ม ชอมสกี้ และซีไอเอ จากห้องสมุดท้องถิ่นหนึ่งในอเมริกา) ความจริงก็คือความจริง คนอเมริกันยังคงต้องการรู้ว่าใครฆ่าเคเนดี้ และ ทำไมคลิ้นตันจึงมีชู้กับโมนิก้า หากคุณมีข้อมูลช่วยตอบประวัติศาสตร์ นี้ด้วยครับ บอกหาหนังสือให้ไปอ่านต่อ ด้วยครับ (คำเขียน คำมี )[คำเขียน คำมี 20 พ.ค. 2546 21:23 ]

ความคิดเห็นที่ 1 [ 203.118.101.62 ]
เปิดคอมพ์ปุ๊บ เข้าเวทีการเมืองปั๊บ ก็เจอเอาคำถามที่คุณคำเขียนให้ทำการบ้าน ครั้นจะซี้ซั้วต่าตอบปัญหาอันต้องอาศัยข้อเท็จจริงเป็นหลัก ก็หนักใจพอสมควรครับ เพราะปกติจะแสดงความคิดเห็นโดยอาศัยความทรงจำเป็นหลัก และตอบได้เลย แต่คำถามของคุณต้องอาศัยการอ้างอิงข้อมูลในเอกสารเป็นสำคัญ และพอจะให้คำตอบได้ดังนี้ ครับ

1. ใครฆ่าคุณเตียง ศิริขันธ์ ขอตอบสรุปแบบรวบรัดเลยว่า ผู้มีอำนาจทางการเมืองและการทหาร-ตำรวจ ในขณะนั้นเป็นผู้สั่งฆ่า เพื่อกวาดล้างศัตรูทางการเมือง ครับ เพราะนายเตียงทำตนเป็นก้างขวางคอรัฐบาล อันมีจอมพล ป.เป็นนายกรัฐมนตรี ขุนศึกคู่บัลลังก์คือ จอมพลผินและ พล.ต.อ.เผ่า ฯ เหตุที่กล่าวเช่นนี้ ก็เพราะ 1. นายเตียงในขณะเป็นเสรีไทย ได้ชื่อว่า เป็นขุนพลภูพาน นำพลพรรคเสรีไทยสายอีสานต่อสู้กับญี่ปุ่นที่กำลังยึดครองไทยระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 2. ในฐานะเป็น ส.ส. ก็อยู่ในระดับแนวหน้าหัวแถวร่วมกับ 4 อดีตรัฐมนตรี คือ นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ นายจำลอง ดาวเรือง นายถวิล อุดล และ ดร.ทองเปลง ชลภูมิ เขาเป็นคนสำคัญคนหนึ่งที่ชี้นำเพื่อน ส.ส.ไม่ให้รับรองร่างกฎหมายที่รัฐบาลเสนอเข้าสู่สภาฯ ในครั้งนั้นถึง 2 ฉบับ คือ ร่าง พรบ.อนุมัติพระราชกำหนดระเบียบราชการบริหารนครบาลเพ็ชรบูรณ์ พ.ศ.2487 และร่าง พรบ.อนุมัติ พรก.จัดสร้างพุทธบุรีมณฑล พ.ศ.2487 ร่าง พรบ.ทั้ง 2 ฉบับจึงต้องตกไป ยังผลให้จอมพล ป. นายกรัฐมนตรีต้องลาออกและนายควงขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน เนื่องจากเขาเป็นนักสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างหาญกล้า ชะตาจึงถึงฆาต จึงถูกตำรวจยุคนั้นฆ่าตายอย่างทารุณใน กทม.และนำศพไปเผาย่างสดที่หลุมเผาถ่านที่ จ.กาจนบุรี เมื่อจอมพล ส.ปฏิวัติเมื่อปี 2500 จึงได้ชำระสะสางคดีนี้เพื่อหาฆาตกรมาลงโทษ โดยนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาล ในข้อหาสมคบกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เป็นคดีดำที่ 2628/2501 จำเลยคือเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม 15 คน ยศสูงสุดคือ พล.ต.จ.รัตน์ วัฒนะมหาตม์ ยศต่ำสุดเป็น ส.ต.ต. 3 คน และศาลได้พิพากษาเมื่อ 20 ต.ค.2502 ยกฟ้องรวม 14 คนเฉพาะคดีนี้ จึงให้ปล่อยจำเลยพ้นข้อหาไป และให้ลงโทษประหารชีวิต ร.ต.อ.อิทธิพล เครือใย แต่ ร.ต.อ.อิทธิพลฯ ได้ยื่นอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ได้พิพากษากลับคำตัดสินของศาลชั้นต้น ในที่สุดคดีนี้ก็หาผู้กระทำผิดมิได้ แต่ผู้สั่งการก็ได้เสวยผลของกรรม และไปตายในต่างแดนในเวลาต่อมา สำหรับ ร.ต.อ.อิทธิพลฯ ดีกรีนักยูโดสายดำจากญี่ปุ่น หลังจากออกจากตำรวจแล้ว ก็ได้เข้าทำงานที่บริษัทผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะของญี่ปุ่น ตั้งแต่บัดนั้น ถ้าคุณเตียง ศิริขันธ์ ยังมีชีวิตอยู่จนปัจจุบัน เขาก็จะมีอายุ 94 ปี บุคคลร่วมสมัย และเพื่อนร่วมงานที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็คือ ม.ล.มานิจ ชุมสาย ซึ่งเคยเป็นครูใหญ่โรงเรียนอุดรพิทยานุกูลเมื่อปี พ.ศ.2477 ขณะที่คุณเตียงเป็นครูในโรงเรียนเดียวกัน

2. ใครฆ่าจิตร ภูมิศักดิ์ : จิตร ภูมิศักดิ์ เป็นปัญญาชนนักปราชญ์ผู้มีผลงานฝากไว้ในวงวรรณกรรม และกลายเป็นมรดกของชาติไทยตราบจนบัดนี้ ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ ปีนี้ก็จะมีอายุ 73 ปี เพื่อเป็นการรำลึกคุณงามความดีของเขา ผมขอนำบางส่วนของบทเพลงของวงดนตรี "คาราวาน" มาจารจารึกไว้ ณ ที่นี้.- "เขาตายในชายป่าเลือดแดงทาดินเข็ญ ยากเย็นค่นแค้นอับจน ถึงวันพรากเขาลงมาจากยอดเขา ใต้เงามหานกอินทรี... เขาต่อสู้อยู่อยู่ข้างคนทุกข็เข็ญ ได้เห็นได้เขียนพูดจา... พฤษภาห้าร้อยแดดลบเงาจางหาย เขาตายอยู่ข้างทางเกวียน ศพคนนี้นี่หรือคือจิตร ภูมิศักดิ์ ตายคาหลักเขตป่ากับนาคร เขาตายในชายป่าเลือดแดงทาดินอีสาน อีกนาน อีกนาน อีกนาน เขาตายเหมือนไร้ค่าแต่ต่อมาก้องนาม ผู้คนไถ่ถามอยากเรียน จิตร ภูมิศักดิ์ เป็นนักคิดนักเขียน ดั่งเทียนผู้ถ่องแท้แก่คน" คนที่มีส่วนในการบีบและผลักดันให้จิตรฯ ต้องเข้าไปเสียชีวิตในป่า ก็คือรัฐบาลเผด็จการทหารในยุคนั้น และกลุ่มคนที่รุมสังหารจิตรก็คือกำนันและ อส.ที่บ้านหนองกุง อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร ผมควรจะเขียนถึงจิตรฯ มากกว่านี้ ถ้าขณะที่พิมพ์นี้ จิตใจผมไม่สลดหดหู่จนเกินไป เมื่อหวลรำลึกว่า เขาได้ตายจากพวกเราไปในเดือน พฤษภาคม 2509
[บุญเกิด - - 21 พ.ค. 2546 00:44 ]

ความคิดเห็นที่ 2 [ 207.156.0.59 ]ดีจังที่คุณบุญเกิดยังจำได้อยู่ นี่ถ้าเป็นสมัยนี้คนเหล่านี้ก็ต้องถูกขึ้นบัญชีดำในวันนี้แล้วค่ะ คือเข้าข่ายเจ้าพ่อ เพราะเป็นพวก "ผู้มีอิทธิพลทางความคิด" ....เฮ้อ....
[Saowanee - - 21 พ.ค. 2546 00:59 ]

 

ความคิดเห็นที่ 3 [ 80.212.91.63 ]ขอบคุณจริงครับ ขอถามอีกคำถามหนึ่ง ทำไม ม.ร.ว.คึกฤทธ์และ ม.ร.ว. เสนีย์ จึงมีพรรคการเมืองต่างกัน เป็นเพราะไม่ถูกกัน หรือว่าต้องการสร้าง อำนาจ ร่วมกัน อ่านเรื่องจิตร ภูมิศักดิ์แล้ว รู่เสียเสียดายมันสมองและความสามารถ ที่ถูก ฆ่าตายไปอย่างนั้น ยิ่งอ่านแล้วยิ่งอยากถามใหญ่...ทำไมจอมพล ป. จึงนำ ไทยเข้าร่วมกับญี่ปุ่น? และคณะเสรีไทยเกิดขึ้นได้อย่างไร? และที่สยาม เปลี่ยนเป็นประเทศไทยนั้น บังคับเปลี่ยนแบบเดียวกับที่ทหารในพม่า เปลี่ยนตัวเองเป็น "เหมียนม่าร" หรือไม่? และเราควรที่จะเปลีียนกลับคืน ไปเป็นชื่อเดิม คือ "สยาม" ดีไหม?
[คำเขียน คำมี - - 21 พ.ค. 2546 01:11 ]

 

ความคิดเห็นที่ 4 [ 203.118.101.62 ]
โอ้โห คุณคำเขียนถามสั้น ๆ แต่คำตอบแบบกำปั้นไม่ทุบดิน คงยาวหลายวา คำตอบเฉพาะหน้า ก็คือ 1. ทั้ง 2 มรว. ต่างก็เป็นคนเก่งทั้งคู่ แต่จะเป็นคนดีขนาดไหนนี่ ก็คงขึ้นอยู่กับทัศนะของแต่ละบุคคล หม่อมพี่ ได้สมญานามว่า "ฤาษีเลี้ยงลิง" หม่อมน้องได้ชื่อว่า "หม่อมป้า" บ้าง "เฒ่าสารพัดพิษ" บ้าง ในทางปฏิบัติ ทั้งคู่ทำงานในลักษณะ "แยกกันเดิน รวม กันตี" ครับ 2. เพราะจอมพล ป.เป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เหตุที่ต้องร่วมเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น เพราะความจำเป็นบังคับ เพราะขืนรบกับญี่ปุ่น ก็ไม่มีทางสู้ได้ และประเทศต้องแหลกแน่ๆ ญี่ปุ่นต้องการยกกองทัพผ่านไทยไปตีพม่า อินเดีย เพื่อกำจัดอิทธิพลอังกฤษ และฝ่ายสัมพันธมิตรไม่สามารถช่วยอะไรไทยได้ในเวลานั้น 3. ขบวนการเสรีไทย (Free Thai Movement) เกิดขี้น เพราะคนไทยต้องการอิสรภาพ และพ้นจากการยึดครองของญี่ปุ่น เสรีไทยในประเทศมีอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้นำ ส่วนนอกประเทศนั้น นักเรียนไทยที่กำลังศึกษาอยู่ต่างประเเทศเป็นหัวหอก เช่น อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นต้น มีข้าราชการสถานทูตเป็นแกนนำ เช่น มรว.เสนีย์ ปราโมช เป็นต้น 4. จอมพล ป.นายกรัฐมนตรี สมัยเชื่อผู้นำ ชาติพ้นภัย หรือ มาลาพาไทยเป็นมหาอำนาจ เป็นผู้สั่งเปลี่ยนชื่อประเทศ จากสยามเป็นไทย ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา เช่นว่า เป็นชาติที่รักอิสระ คำว่าไทย หมายถึงกลุ่มคนที่รักอิสระเสรี (แต่มีคณะผุ้บริหารเป็นเผด็จการในขณะนั้น) ความจริงสมัยนั้น นานาชาติจะรู้จักประเทศไทยว่า Siam มากกว่า แต่คงไม่ต้องเปลี่ยนกลับไปใช้คำเก่าอีก เพราะไม่จำเป็นแล้ว ส่วนที่พม่าเปลี่ยนเป็น เมียนมาร์ นั้น ก็เพราะผู้นำพม่าเห็นว่า พม่าประกอบด้วยคนหลายเผ่า พม่าเป็นเพียงเผ่าหนึ่งเท่านั้น จึงไม่เหมาะที่จะเอาชื่อเผ่าตนเอง มาเป็นชื่อประเทศ แต่ก่อนนี้เรียกว่า Union of Burma ปัจจุบันคงเรียกว่า Mianmar เฉย ๆ หรือไงก็จำไม่ได้แล้ว ครับ เฮ้อ เล่นถามประวัติศาสตร์กันทั้งดุ้นเลยนะ พ่อคุณนักศึกษาโค่ง เอ๊ย คำเขียน [บุญเกิด - - 21 พ.ค. 2546 01:48 ]


ความคิดเห็นที่ 5 [ 80.212.91.63 ]
ขอบคุณท่านปรมาจารย์บุญเกิดครับผม มีคำถามอีกแล้ว คราวนนี้เป็นเรื่อง วงการพระครับ หากไม่ถามคงนอนไม่หลับ เพราะคิดอยากรู้จริงๆ ๑. ทำไมพระพิมลธรรม วัดมหาธาติจึงถูกจับ และผิดจริงหรือไม่? ๒. จุดใดที่ทำให้พุทธทาสภิกขุคิดอย่างนั้น และเดินทางไปสอนธรรม และพำนักที่สวนโมกข์? ๓. ทำไมวงการพระและสังคมจึงคิดว่า พระโพธิรักษ์ แห่งสันติอโศก ไม่ใช่ แนวทางพุทธ และทำไมจึงถูกกีดกันมากด้วย? ๔.ทำไมจึงมีพระเกจิอาจารย์ด้านวิปัสนาที่เก่งจริงๆ ในเขตจังหวัด สกลนครอย่างมากมาย? ๕.ทำไมวงการสงฆ์ไทยจึงไม่ยอมรับให้เพศหญิงบวชพระได้ เหมือนเช่นที่ ประเทศศรีลังกา? ๖.ทำไมพระไทยต้องโกนคิ้วด้วย และพระพม่าไม่ต้อง? หากมีพระไทย องค์ใดต้องการเลิกโกนคิ้วแล้ว จะมีความผิดอะไรบ้าง? และเป็นไปได้ไหม ที่จะเลิกโกนเคี้ยวเสีย? [คำเขียน คำมี - - 21 พ.ค. 2546 02:42 ]

ความคิดเห็นที่ 6 [ 155.69.5.123 ]I like this thread. Many thanks to Khun คำเขียน & Khun บุญเกิด (aka walking library).
[2C - - 21 พ.ค. 2546 07:26 ]

ความคิดเห็นที่ 7 [ 202.57.173.216]
โอ้ ..ต้องนี่สิ กระทู้การเมืองพันธ์แท้ อยากแจมด้วยมากครับ แต่ตอนนี้เวลาน้อย เข้ามาแวะแป๊บเดียว ที่ริงอยากคุยต่อถึงเรื่อง การกำจัดศัตรูทางการเมือง และประวัติศาสตร์การเมืองไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา(แถวๆ 2500-2525) ช่วงๆที่เกิดซ้าย-ขวา หรือตราหน้าให้กลายเป็นซ้าย ช่วงๆนี้น่ะครับ เพราะน่าสนใจศึกษามาก เช่น คดี พา ส.ส. ขุนพลอีสาน ไปมั่วนิ่มยิงเป้าทิ้ง ที่ ๆ ๆ(จำไม่ได้แล้ว แฮ่ๆ) ที่พาไปทำแผนแล้วยิงทิ้งน่ะครับ รู้สึกจะชายป่าในภาคอีสาน อีกคดีที่น่าหดหู่และฮิตมากในยุคนั้นคือ คดี ส.ส.กับโจรพูโลหรือโจรจีน ...ที่ส.ส. ชื่อดัง(จำชื่อไม่ได้อีกแล้ว) ถูกตำรวจควบคุมตัว แล้วพอรถไฟแดงติดแถวๆรัชโยธินตอนช่วง 8 โมง จู่ๆก็มีชายชุดดำบุกชาร์จยิงถล่มส.ส.ท่านนั้นตายคารถตำรวจ .....รัฐฯก็เป่าปิดคดีง่ายๆว่า พวกโจรจีนมาบุกชิงตัวประกัน แล้วยังคดีค้างคาใจ ของ นายพันอันตราย พตท. อนันต์ เสนาขันธ์ ที่จู่ๆก็ถูกรถสิบล้อชนอัดก๊อปปี้แบบอนาถ (ช่วงนั้น มีการใช้วิธีเสมือนอุบัติเหตุหลายครั้ง) ท่านบุญเกิดช่วยเล่าต่อทีนะครับ อยากฟังมากครับ และท่านอื่นๆ ที่ทันในยุคนั้นก็เชิญร่วมแลกเปลี่ยนพูดคุยกันนะครับ ผมนั้นเพียงแค่สนใจติดตามศึกษา ฟัง-อ่านเรื่องในยุคนี้มาเท่านั้น
[น.ศ. - - 21 พ.ค. 2546 08:28 ]

ความคิดเห็นที่ 8 [ 202.57.173.216 ]
ปล. คดีการสังหาร จิตร ภูมิศักดิ์ คนไทยหลายๆคนคิดเพียงว่าไทยเราเสียเพียงนักต่อสู้ เพื่อสังคม ไปคนหนึ่งเท่านั้น ..แต่ในความจริง จิตร คือนักปราชญ์ นักเขียนและนักอะไรๆอีกมากมาย ที่เข้าขั้นหัวกะทิระดับมันสมองคนสำคัญของชาติ(อยากใช้คำว่าอัจฉริยะ) ด้วยอายุเพียงเท่านั้น ก็สร้างผลงานดีๆ ประดับวงการศึกษา วงการเมือง ไว้มากมาย เกินอายุ ..ถ้าท่านยังอยู่ ผมว่าเมืองไทยเราจะมีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมประเทศ จาก จิตรอีกมากมายทีเดียว กำนัน ที่ยิงจิตร นั้น ..ยิงโดยหวังเพียงบำเหน็จรางวัล และยิงโดยไม่ทราบว่าเป็นใคร ไม่รู้ด้วยว่าฝ่ายไหน ..แค่เพียงเชื่อว่าน่าจะเป็นพวกจากบนภูเขา(คอมมิวนิสม์) เท่านั้น จากการสัมภาษณ์กำนันครั้งแรกเมื่อไม่กี่ปีมานี้(ในการไปสืบเสาะหาหลุมฝังศพของ จิตร เป็นครั้งแรกราวปี 2530) กำนันซึ่งเป็นอัมพฤกจนพูดไม่ได้แล้ว แต่ลูกสาวพูดแทน(กึ่งล่ามแปล) ว่า พ่อของเธอเสียใจมาก เมื่อมารู้ทีหลังว่า บุคคลที่เค้ายิงนั้น คือ จิตร ภูมิศักดิ์ ..และรางวัลที่ได้จากทางการนั้น ก็ไม่กี่พันบาท ร่างของจิตร ถูกฝังทิ้งไว้ ณ จุดที่ถูกยิง นานร่วม 30 ปี ก่อนที่คณะมิตรและศิษย์จะติดตามสืบหาจนพบ
[น.ศ. - - 21 พ.ค. 2546 08:47 ]

ความคิดเห็นที่ 9 [ 203.146.113.163 ]
น่าสนใจทุกเรื่องเลยครับ..ขอบคุณพี่บุญเกิดมากครับที่ให้ความรู้กลับเด็กรุนหลังๆอย่างผม...อ้ออยากรู้ว่าสงคามโลกครั้งที่ 2 เกิดเพราะสาเหตใดครับ...
[มด X - - 21 พ.ค. 2546 08:57 ]

ความคิดเห็นที่ 10 [ unknown ]
กระทู้แห่งปีที่น่าอ่านที่สุด
[8o]exk' - - 21 พ.ค. 2546 09:35 ]

ความคิดเห็นที่ 11 [ 64.12.97.14 ]
เมื่อกลางวันข้ามกระทู้นี้ไปได้ยังไงก็ไม่ทราบ อ่านเเล้วได้ความรู้ดีค่ะ คำถามของคุณคำเขียนนี่ข้อ ๒ พอจะทราบมา้บ้างค่ะ ที่เกี่ยวกับท่านพุทธทาสน่ะค่ะ ท่านพุทธทาสมีชื่อเดิมว่า เงื่อม เมื่อบวชเรียนเเล้วเจ้าอาวาสตั้งฉายาให้ว่า อินทปัญโญ ท่านมีวิธีเทศน์ต่างจากพระรูปอื่นมาเเต่ไหนเเต่ไร คือเวลาเทศน์ ท่านจะเทศน์ปากเปล่า คือเทศน์โดยไม่ต้องพึ่งใบลาน จนเป็นที่กล่าวขวัญกันมาก ท่านเข้ามาเรียนบาลีที่กรุงเทพจนสอบได้ประโยคธรรม ๓ เเต่ไปตกประโยคธรรม ๔ เพราะความเห็นของท่านกับกรรมการไม่ตรงกัน เเปลไม่เหมือนกับที่กรรมการเเปล ก็เลยสอบตก ท่านจึงตัดสินใจว่าท่านเรียนเท่านั้นพอเเล้ว ก็จึงเขียนจดหมายถึงน้องชาย คือท่านเขียนติดต่อกับน้องชายของท่านอยู่เป็นประจำ ดังนั้นเมื่อท่านตั้งใจจะเดินทางออกจากกรุงเทพ ท่านมีความคิดว่าจะตั้งสถานที่ส่งเสริมการปฎิบัติธรรมขึ้นที่ไหนสักเเห่งเพื่อส่งเสริมความรุ่งเรืองของศาสนาพุทธ เเละตัดสินใจว่าจะไปหาสถานที่ที่ไชยา ที่พุมเรียง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่าน ที่ไชยา ท่านไปพบวัดร้างชื่อตระพังจิต ซึ่งท่านเห็นเเล้วพอใจกับสภาพป่าที่รกครึ้ม มีสระน้ำใหญ่ เเถมได้ชื่อว่ามีผีดุ ในป่านั้นท่านพบพระพุทธรูป เเสดงว่าบริเวณนั้นเคยเป็นโบสถ์มาก่อน ใกล้พระพุทธรูปเป็นบ่อน้ำ ซึ่งท่านคิดว่าใช้เป็นที่อาศัยน้ำใช้ น้ำกินได้ ท่านจึงเริ่มจากสร้างโรงเรือนขึ้นง่ายๆที่ที่ตรงนั้นเอง ส่วนพระประธานนั่นก็ทำเป็นเรือนสวมครอบลงบนโบสถ์เก่าที่เหลือเเต่ซาก ท่านเลือกสถานที่ที่เ็ป็นป่าทึบ เต็มไปด้วยสิงห์สาราสัตว์ เเถบได้ชื่อว่าผีดุ เเบบนั้นก็คงเป็นเพราะท่านต้องการทดสอบตัวเอง ทดสอบว่าท่านจะต่อสู้กับความหวาดกลัวซึ่งเป็นสัญชาติญาณของสัตว์เเละมนุษย์ได้หรือไม่ อาคารเเรกเเบบง่ายๆที่ท่านสร้างขึ้นก็เป็นโรงดิน มีฝามุงด้วยตับจาก กลางวันเปิดโล่ง กลางคืนจะพับฝาทั้ง ๔ ด้านลงบนพื้้นดินเเทนมุ้ง ท่านเคยพูดไว้ว่าพระพุทธเ้จ้าประสูิติ ตรัสรู้ เเละเสด็จนิพพานกลางดิน เเละตลอดชีวิตของท่านก็ประทับนั่ง นอนกลางดิน เเสดงพระธรรมเทศนาก็กลางดิน อีกสาเหตุหนึ่งที่ท่านตัดสินใจเลือกใช้ป่าเป็นที่เริ่มเผยเเพร่พระธรรมเพราะท่านรู้สึกว่ากรุงเทพไม่ใช่ที่ที่จะค้นพบความบริสุทธิ์ การเรียนเพื่อสอบให้ได้ปริยัติธรรมก็ด้วยหวังเรื่องของยศศักดิ์เป็นผลได้ ท่านมองเห็นว่าเป็นการก้าวที่ผิด ท่านคิดว่าการค้นพบสิ่งที่บริสุทธิ์ไม่ใช่การค้นพบทางโลก ต้องตามรอยพระอริยะซึ่งได้พบทางนั้นเเล้ว เเละได้ปูทางไว้ให้เเล้ว
[กุลธิดา - - 21 พ.ค. 2546 10:36 ]

ความคิดเห็นที่ 12 [ 202.133.176.213
]กระทู้ดี ขอบคุณครับ
[Kiten - - 21 พ.ค. 2546 10:43 ]

ความคิดเห็นที่ 13 [ 202.67.168.61 ]
ในเรื่องของความมั่นคงของชาติ ของรัฐ ของผู้มีอำนาจในสถานการร์ที่ต่างกันย่อมมีมุมมองที่ต่างกัน?? หากคนกลุ่มหนึ่งล้มอำนาจของคนอีกกลุ่มหนึ่ง ฝ่ายที่ฟ่ายแพ้ย่อมกล่าวว่าฝ่ายผู้ชนะไร้ความเป็นธรรม ขณะที่ฝ่ายชนะย่อมอ้างความเป็นธรรมพร้อมสรรพเพื่อจัดการ..นี่เป็นจุดอ่อนของประวัติศาสตร์ที่ไม่สามารถแก้ไขความจริงครับและคนที่ตายไปก้ไม่สามารถมาพิสูจน์ว่าถ้าเขามีชีวิตอยู่จะทำให้สถานการณ์ดีกว่าที่เป็นอยู่นี้..ผมเองมองว่าการตัดสินใจที่เด็ดขาดนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ชัดเจน ยังผลให้เกิดดีจริงหรือแย่จริงเป้นต้น..จากอดีตจนถึงอนาคตการต่อสู้ก้ยังคงดำเนินต่อไป..คนที่ตายถือว่าเสร็จสิ้นภาระกิจของเขาแล้ว เหลือผลงานเป็นอนุสรณ์คำที่ทำความดีย่อมมีคนระลึกกึง คนที่ทำสิ่งไม่ดีไว้ก็ย่อมถูกทาสีติดตัวแม้ตายไป..ที่ผมกลัวก้เรื่องชำระประวัติศาตร์นี่แหล่ะครับ ..
[วิชา - - 21 พ.ค. 2546 11:04 ]

ความคิดเห็นที่ 14 [ 202.133.169.39 ]
ขอปรบมือให้แก่คุณบุญเกิด และคุณกุลธิดา ด้วยครับ คุณคำเขียน คำมี ผู้ตั้งกระทู้ด้วย
[สุธน หิญ - - 21 พ.ค. 2546 11:36 ]

ความคิดเห็นที่ 15 [ 210.86.195.175 ]
มาร่วมแจมด้วยนิด เรื่องประวัติศาสตร์จะยกให้ท่านพี่บุญเกิดเอาไป เพราะขี้เกียจแจม ผมมันนักขัดคอครับ เรื่องจิตร ภูมิศักดิ์น่ะ จะไม่ตายเลยถ้าไม่ถูกพวกเดียวกันชี้ช่องน่ะ อำนาจ บารมี เงิน และอิทธิพล สำคัญที่สุดในสมัยนั้นที่ผู้มีอำนาจของแผ่นดินจะ "เล่นอะไรก็ได้" จิตร อยู่แถว ภูพาน ซึ่งขณะนั้นถือได้ว่า เป็นถิ่นของพวกเขาเลยทีเดียว หากไม่มีคนในชี้ช่องมีหรืออำนาจเถื่อนจะเอื้อมถึง มาว่าเรื่องท่านพุทธทาสดีก่า หญิงไก่(กุลธิดา) สมกะเป็นศิษย์ครับที่เอาประวัติท่านมาแถลงได้อย่างชัดเจน ท่านคำเขียนถามมาถึงทำไมท่านพุทธทาสจึงคิดไม่เหมือนพระทั่วไป และไปตั้งสำนักที่สวนโมก ก็มาจากสาเหตุที่การแปลความหมายต่างกันน่ะแหละครับ เมื่อเด็กผมเรียนวิชาศีลธรรมจากพระที่มาสอนที่โรงเรียนสอนให้ผมรู้จักพระพุทธเจ้าว่า เกิดมาเดินได้เจ็ดก้าวมีดอกบัวออกมารองรับด้วย ตรัสรู้ได้เอง มีเทวดาชื่อพระพรหมมาอาราธนาให้สอนมนุษย์ พระพุทธเข้ามีปาฏิหารย์ ไปโลกสวรรค์ได้ และอีกสารพัดเรื่องที่พระท่านจะมาสอน ขอย้ำว่าพระสอน ไอ้ผมเองก็ทะลึ่งเป็นเด็กที่ไม่ชอบอยู่บ้านเพราะไม่มีหนังสืออ่าน อยู่วัดมีข้าวให้กินเพียบมีหนังสืออ่านจมหู เลยแหม่งๆกะการสอน ถามหลวงพ่อที่วัดว่าเป็นไปได้อย่างไรที่คนเกิดมาจะเดินได้เจ็ดก้าว แล้วกลับไปแบเบาะร้องกินนมอย่างเดิม เป็นไปได้อย่างไรที่คนธรรมดาจะสามารถเดินทางไปสวรรค์ได้ ท่านได้ฟังก็เมตตาสอนให้ใหม่ว่าการศึกษาศาสนาคืออะไร ศึกษาไปเพื่ออะไร จุดมุ่งหมายของศาสนามีมาเพื่ออะไร ตั้งแต่นั้นมาก็เลยขี้เกียจจะไปถกเถียงกะพระที่มาสอนในชั้นเรียน จนมาพบท่านพุทธทาสระหว่างไปทำงานที่สุราษฎร์ เมื่อได้ฟังท่านคุยเสวนาที่ลานธรรมก็เกิดปัญหา แล้วเกิดความสนใจอยากถาม ก็สนุกสนานกะการได้โต้แย้งได้เถียงกะท่าน จนปัจจุบันก็ยังหาพระที่เถียงในหลักธรรมพระพุทธศาสนาแล้วรู้สึกสนุกสนาน ไม่เครียดอย่างท่านพุทธทาสไม่ได้อีกเลย เป็นที่น่าขันแก่ผมเองว่า พระที่สอบเปรียญธรรม 4 ไม่ได้อย่างท่านต่อมากลับถูกยกย่องว่าเป็น ปราชญ์ แห่งศาสนาพุทธ ข้อคิดเห็นของท่าน หลักธรรมของท่านกลับเป็นที่แพร่หลายทั่วไป พระที่สอบได้เปรียญแปดเปรียญเก้า หลายรูปได้ตำแหน่งทางสมณศักดิ์ใหญ่โต กลับต้องหันมาศึกษาความคิดท่านอีกถมไป บางรูปเรียนมาได้ตำแหน่งใหญ่โตและมรณภาพไปอย่างไร้คุณค่าก็อีกแยะ นั่งอยู่ในตำแหน่งและตายไปคาตำแหน่งโดยไม่สร้างสรรหลักธรรมข้อคิดก็หลายรูป สำหรับเรื่องเกจิอาจารย์ในด้านวิปัสนา ที่เกิดในจังหวัดสกลนครเพราะในด้านนี้ พระหลายรูปท่านศึกษาตามแนวทางของท่านอาจารย์ มั่น ภูริทัตโต เป็นหลักครับ ถือว่าท่านพระอาจารย์มั่นเป็น ต้นแบบของพระทางสายวิปัสนาเลยก็ได้ ทั้งหลวงปู่แหวน หลวงปู่ฝั้น ก็ศึกษาตามแนวทางท่านอาจารย์มั่นครับ เรื่องท่าน โพธิรักษ์ ท่านคำเขียนน่าจะลองไปคุยกะท่านดูนะครับ ผมไม่อยากด่าพระหลายรูปในที่นี้ เรื่องการห้ามบวช ผู้หญิงเป็นภิกษุณีก็เช่นกัน เรื่องโกนคิ้วไม่โกนคิ้วก็คงเกี่ยวกะท่านโพธิรักษ์อีกน่ะแหละ เรียกว่าหากพระสงฆ์ไทยส่วนใหญ่ศึกษาศาสนาอย่างเข้าใจว่า ศาสนาคืออะไร ทำไมต้องมีศาสนา ก็คงจะตอบปัญหา ท่านโพธิรักษ์ได้ ท่านพุทธทาสก็คงไม่ได้ไปตั้งสวนโมกหรอกครับ เอความจริงผมน่ะมัน "พญามาร" ชอบหาเรื่องทพระอยู่นา แต่ไหงไปๆมาๆดันมาตอบเรื่องพระก็ไม่รู้แฮะ ไปละครับ
[ธนะชัย สิงห์สินธุ์ - - 21 พ.ค. 2546 20:54 ]

ความคิดเห็นที่ 16 [ 203.170.144.166 ]
ต้องขอขอบคุณ คุณบุญเกิด คุณคำเขียน คำมี คุณ น.ศ. และคุณกุลธิดา ที่ให้ความรู้กับพวกเรา กระทู้นี้ดีมากและมีประโยชน์มากค่ะ
[CA - - 21 พ.ค. 2546 21:03 ]

ความคิดเห็นที่ 17 [ 206.74.241.28 ]
เห็นด้วยกับท่านป่วน (ธนะชัย - เเหะ... วงเล็บชื่อบ้าง) เรื่องจิตร ว่าถูกพวกเดียวกันชี้ช่องให้ ไม่งั้นคงตามหาตัวยาก กลับมาเรื่องท่านพุทธทาสอีกนิดค่ะ สาเหตุที่ท่านตั้งชื่อสถานที่เผยเเพร่ธรรมะของท่านว่า สวนโมกพลาราม ก็เพราะว่าบริเวณนั้นเต็มไปด้วยไม้ใหญ่ ๒ ชนิด คือ ต้นโมก ซึ่งมีกลิ่นหอม กับ ไม้พลา ซึ่งเป็นไม้เนื้อเเข็ง ท่านจึงเอา ๒ คำนั้นมารวมกันเเล้วเติมคำว่า อาราม ซึ่งเเปลว่า สวน ลงไป กลายเป็น สวนโมกพลาราม ซึ่งเเปลว่า สวนป่าอันเป็นกำลังเเห่งความหลุดพ้นจากทุกข์ ส่วนนาม พุทธทาส นั้นเกิดขึ้นเป็นครั้งเเรกจากข้อเขียนของท่าน คือเมื่อท่านไปอาศัยอยู่ในป่านั้นเพียงรูปเดียว ท่านใช้วิธีส่งข้อเขียนออกมาให้น้องชายของท่านพิมพ์เผยเเพร่อยู่อย่างสม่ำเสมอ วันที่ ๒๘ สิงหาคม ปี พศ ๒๔๗๕ ท่านเขียนบทปฎิญานความตั้งใจของท่านที่จะมอบชีวิตเเละร่างกายให้เเก่พระรัตนตรัย เเล้วลงชื่อว่า พุทธทาส ภิกขุ ท่านตั้งสัตย์ปฎิญานอีกว่าท่านมอบชีวิตเเละร่างกายของท่านถวายเเด่พระพุทธเจ้า เเละขอเป็น 'ทาส' ของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเป็นเหมือนนายของท่าน เพราะเหตุนั้นท่านจึงให้ชื่อตัวเอง ว่า พุทธทาส
[กุลธิดา - - 22 พ.ค. 2546 00:06 ]

ความคิดเห็นที่ 18 [ 202.133.176.184 ]
ขอบคุณครับ ผมรออยู่ว่าจะมีใครเข้ามาช่วยออกความคิดเห็นเพิ่มเติม แต่ก็เห็นเงียบ ๆ กันอยู่ ผมขอถือโอกาสตอบคำถามที่ยังค้างอยู่ เท่าที่จะพึงตอบนะครับ 1. คดีลอบปลงพระชมน์ ร.๘ นั้น เหตุเกิดในพระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง ก็ได้แต่สงสัย แต่สุดวิสัยที่จะรู้ตัวฆาตกรครับ มีข้อสันนิษฐานต่าง ๆ นานา แต่ผู้ที่ต้องโทษประหารชีวิตจริง ๆ ก็มีเพียงมหาดเล็ก 3 คน คือ นายเฉลียว ปทุมรส นายชิต สิงหเสนีย์ นายบุศย์ ปัทมศิรินทร์ เรื่องนี้คนรุ่นเราก็ได้แต่ศึกษาเอกสารต่าง ๆ เท่านั้น 2. ใครทำให้เกิดหลักฐานการเล่นละครแขวนคอ ก็นักศึกษาสังกัดชุมนุมนาฏศิลป์และการละคร ก่อนหน้านี้มีช่างไฟฟ้า 2 คนถูกจับแขวนคอจนตายที่ข้าง ๆ พระปฐมเจดีย์ ขณะที่ออกปิดโป๊สเตอร์ แต่ยังจับฆาตกรไม่ได้ นักศึกษาก็เลยเอาเล่นละครล้อเลียน โดยแสดงเป็นช่างไฟฟ้าที่ถูกแขวนคอโตงเตง ผมก็ไปยืนดูเขาแสดงด้วย เพราะเป็นตอนพักเที่ยง พอรุ่งเช้าก็ได้เรื่อง เพราะหนังสือพิมพ์ 2 ฉบับได้รูปถ่ายการแสดงไปตีพิมพ์ ฝ่ายขวาจัดได้โอกาสกระพือข่าวใส่ร้าย จนเป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์นองเลือด 6 ต.ค.19 หนังสือที่ตีแผ่เรื่องนี้มีตีพิมพ์ออกมามากมายจนปัจจุบัน ส่วนเอกสารของฝ่ายขวาจัดหาอ่านไม่ได้ครับ เพราะไม่มีใครเขียนออกมาเลย มีแต่เขียนไว้อ้อม ๆ แอ้ม ๆ ในหนังสืองานศพพลตรีสุตสาย หัสดิน เห็นว่าท่านเขียนไว้เหมือนกัน แต่ทายาทไม่กล้าตีพิมพ์ แต่พลตรีสุตสายเคยบอกว่าได้เขียนไว้แล้ว และเอาไปฝากไว้ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยทำพินัยกรรมมีเงื่อนไขว่า จะเปิดอ่านได้ก็ต่อเมื่อท่านตายไปแล้ว 50 ปี นี่ท่านก็เพิ่งจะตายไปเมื่อปีที่แล้วนี่เอง ส่วน พ.ต.เฉลิมชัย (ตึ๋ง) มัจฉากล่ำ ลูกน้องคนสนิทก็ต้องโทษประหารชีวิตในคดีสังหารผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ขณะที่พักอยู่ในโรงแรม แต่คดียังไม่ถึงที่สุด 3. คดีพระพิมลธรรม(อาสภะเถร) บทความในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งจั่วหัวเรื่องนี้ว่า " 2503 ยุคมืดแห่งวงการสงฆ์" จริง ๆ แล้ว เป็นเรื่องชิงดีชิงเด่นระหว่างพระผู้ใหญ่ระดับสังฆมนตรีด้วยกัน อีกฝ่ายสร้างหลักฐานเท็จใส่ร้ายทับถมอีกฝ่าย แล้วไปยืมมือจอมพล ส. ซึ่งเกลียดกลัวคอมมิวนิสต์ฝังหัวอยู่แล้ว ให้มาจัดการกับอีกฝ่าย ถึงกับจอมพล ส. นั่งรถมาวัดมหาธาตุบัญชาการล้อมจับพระพิมลธรรมด้วยตนเอง ในบทความเรื่องนี้ได้เขียนถึงตอนนี้ว่า.- "....ในวันที่ 20 เมษายน 2504 ก่อนเที่ยงเล็กน้อย คนแถวท่าพระจันทร์ต้องแตกตื่นไปตาม ๆ กัน เมื่อรถวิทยุทั้งกองปราบและสารวัตรทหารหลายคัน เข้าล้อมจับพระพิมลธรรมที่กุฏิ ด้วยช้อหากระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ และมีการกระทำอันเป็นคอมนิสต์.....ในวันเดียวกันนั้น สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ สังฆนายก ได้สั่งการให้สังฆมนตรีองค์การปกครองไปจัดการสึกพระพิมลธรรมในค่ำวันนั้น ด้วยข้อหา "เพื่อรักษาความปลอดภัยแห่งชาติและพระศาสนาไว้" ดังนั้น จากสมณศักดิ์พระพิมลธรรม ก็กลายเป็นนายอาจ ดวงมาลา เมื่อตกเป็นจำเลยถูกฟ้องต่อศาลทหารกรุงเทพ ในข้อหา มีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ และกระทำความผิดต่อความมั่นของรัฐภายในราชอาณาจักร

หลังจากนั้นตำรวจสันติบาลก็วิ่งหาหลักฐานที่จะมาประกอบคดี แต่ก็หาไม่ได้ ขอไปทางเจ้าทุกข์คือฝ่ายสงฆ์ที่เป็นฝ่ายยื่นเรื่องให้สันติบาลดำเนินการกับพระพิมลธรรม ก็ไม่มีให้เช่นกัน พยานบุคคลคือนายวีรยุทธ วัฒนานุสรณ์พยานที่โจทก์อุปโลกน์ขึ้นมาใส่ความพระพิมลธรรม ก็ถูกพระพิมลธรรมฟ้องต่อศาลแขวงพระนครใต้ ฐานกล่าวใส่ร้าย แจ้งความเท็จ และหมิ่นประมาท ก็กลายเป็นพยานเท็จที่ไปรับสารภาพผิดต่อศาล เมื่อ 24 ธ.ค.2503 ว่าพระพิมลธรรมไม่ได้ประพฤติปฏิบัติอย่างที่ตนใส่ร้าย และกราบขอขมาโทษที่ได้กระทำไปอย่างนั้นด้วย ศาลจะสั่งลงโทษ แต่พระพิมลธรรมก็ถอนฟ้องให้ พยานบุคคลฝ่ายตำรวจคือ พ.ต.อ.ชลอ อุทกภาชน์ ก็ไม่มีหลักฐานมาแสดงต่อศาลเช่นกัน ได้แต่กล่าวหาลอย ๆ โดยอ้างว่าหลักฐานหาย จอมพลสฤษดิ์ถึงกับกราบทูลถามสมเด็จพระสังฆราชไปเมื่อ 17 มิ.ย. 2505 ว่า "คณะสงฆ์ได้แจ้งก่อนหน้านี้ว่ามีหลักฐานพร้อมมูล แต่จนป่านนี้ไม่มีอะไรมาให้เลย ทำอย่างนี้เกล้ากระหม่อมเสียชื่อมาก ต่อมาจอมพล ส.ได้ล้มป่วยลง และได้ทราบข้อเท็จจริงในภายหลัง ถึงกับพูดปรารภว่า "อั๊วะไม่นึกเลยว่า พระผู้ใหญ่จะใช้เล่ห์ลิ้นขนาดนี้ ให้อั๊วหายเสียก่อน จะให้ความเป็นธรรม จะไปกราบขอขมา" แต่หมดโอกาสที่จะทำตามที่พูด เพราะถึงแก่อสัญกรรมเสียก่อนในวันที่ 8 ธ.ค.06 คดีดำเนินมาเป็นเวลา 5 ปีเศษ ในที่สุดศาลทหารได้อ่านคำพิพากษายกฟ้อง เมื่อ 30 ส.ค.2509 คำพิพากษาตอนหนึ่งมีว่า "ขอสรุปว่า มูลกรณีทั้งหลายตามที่ทราบความจริงมา จำเลยถูกกลั่นแกล้งโดยไม่เป็นธรรมจริง ๆ ไม่ได้กระทำผิดตามที่กล่าวหา...อาศัยเหตุผลและดุลยพินิจที่ได้วินิจฉัยมา จึงยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลยพ้นข้อหาไป" กระนั้นก็ตาม ทางการก็มิได้คืนสมณศักดิ์ให้ และเวลาได้ล่วงเลยนานถึง 8 ปี 6 เดือน จนพระเณรจำนวน 4,580 รูป ได้เข้าชื่อกันร้องเรียนรัฐบาลให้พิจารณาคืนสมณศักดิ์ให้ จึงได้มีการประกาศคืนสมณศักดิ์ให้เมื่อ 30 ม.ค.2518 รวมเวลาเวลาที่ตกอยู่ในยุคมืดยาวนานถึง 14 ปี สรุปแล้ว ในยุคนั้น ความอยุติธรรมเกิดขึ้นได้ง่ายดาย แต่ต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะคืนความยุติธรรมให้ เมืองไทยของเราจึงเสื่อมทรามลงเรื่อย ๆ ทำให้ประชาชนอ่อนแอ จนต้องมาฟื้นฟูกันเป็นการใหญ่อยู่ในขณะนี้ จนศรีนาคร (จิตร ภูมิศักดิ์) ต้องรจนาคำกลอนปลุกปลอบใจคนไทยไว้ว่า.- เพื่อลบรอยคราบน้ำตาประชาราษฎร์ สักพันชาติจักสู้ม้วยด้วยหฤหรรษ์ แม้นชีพใหม่มีเหมือนหวังอีกครั้งครัน จักน้อมพลีชีพนั้นเพื่อมวลชน
[บุญเกิด - - 22 พ.ค. 2546 02:36 ]

ความคิดเห็นที่ 19 [ 80.212.76.148 ]ขอบคุณอีกครั้ง อันไหนที่ไม่ต้องการตอบ ผมเข้าใจครับ เพราะนี่ก็เป็น รบกวนแต่เห็นมีคนเข้าร่วมตอบ เพื่อเพิ่มความกระจ่าง ผมเลยคิดว่าเป็น บุญยิ่งที่ได้ รับทานทางปัญญาอย่างนี้ เออ..มันก็ยังมีคำถามอีกนั่นแหละ คราวนี้ใครก็ได้ ที่เป็นผู่สันทัดกรณีสามารถให้คำตอบและ เพิ่มความ กระจ่างให้เราทุกคนได้ คำถาม คือ ใครได้ยินเรื่องพระยันตระหรือไม่? อยากทราบว่ายังคงมี สถานภาพเป็นพระไทยหรือไม่? หรือว่าสึกไปแล้ว? ข่าวทราบว่าได้อยู่ อเมริกาและได้ขับรถชนคนตายที่รัฐมินิโสต้า และไม่ทราบข่าวอีกเลย.. นั่นไม่ใช่เรื่องที่ต้องการรู้ ที่อยากรู้จริงๆ คือ ทำไมจึงไปอยู่อเมริกาได้? และ ไปอยู่ในสภาพฆราวาส หรือเป็นพระสงฆ์ของเมืองไทย? และลูกเมียเก่า ของพระยันตระได้ติดตามไปอยู่ด้วยหรือไม่? ไม่ใช้สอดรู้สอดเห็นนะครับ แต่ไม่ต้องการเห็นคนอเมริกันเข้าใจผิดว่าพระไทยเป็นอย่างนั้นครับ..
[คำเขียน คำมี - - 22 พ.ค. 2546 03:23 ]

ความคิดเห็นที่ 20 [ 202.133.176.184 ] โห ดีใจจัง ที่สมาชิกเข้ามาช่วยกันคนละไม้ละมืออย่างอุ่นหนาฝาคั่ง นึกไม่ถึงว่าจะมีกุลสตรี เอ๊ย คุณกุลธิดา สนใจในพระพุทธศาสนาขนาดนี้ นับถือ นับถือ จริง ๆ และขออนุญาตเพิ่มเติมเรื่องนี้อีกสักเล็กน้อย พุทธทาสเริ่มโด่งดัง เป็นที่รู้จักในวงการศาสนาตั้งแต่ประมาณปี 2480 เป็นต้นมา มีพระผู้ใหญ่ระดับสมเด็จ เดินทางลงไปเยี่ยมเยียน ในปี 2483 ท่านได้รับกิจนิมนต์ขึ้นมาเทศน์ที่กรุงเทพฯ แต่แทนที่จะขึ้นธรรมาศน์ มือถือหนังสือจารใบลานเทศน์ ท่านกลับเปลี่ยนวิธีการเป็นปาฐกถาธรรม คือพูดปากเปล่า เป็นครั้งแรกที่พุทธสมาคม มหามกุฎราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศ ท่านปาฐกาธรรมเรื่อง "วิถีแห่งการเข้าถึงพุทธธรรม" ท่ามกลางผู้ใหญ่หลายฝ่าย รวมทั้งอาจารย์ ปรีดี พนมยงค์ นายกรัฐมนตรีด้วย หลังจากนั้นท่านก็ได้ขึ้นมาพูด "ชุดพุทธธรรม" อีก ครั้งนี้ท่านพูเรื่อง "ภูเขาแห่งวิถีพุทธรรม" เพื่อให้พุทธจักรได้พิจารณาถึงความผิดพลาดของการเข้าถึง "พุทธธรรม" ของพระพุทธเจ้า มีประโยคหนึ่งที่ว่า.- "แม้พระพุทธรูปก็ขวางกั้นอยู่เหมือนกัน ขวางไม่ให้คนเข้าพุทธธรรมอย่างแท้จริง" คำพูดแบบนี้แหละ ทำให้ท่านถูกคนบางคนในยุคนั้น พูดและเขียนโจมตีท่าน หาว่าท่านเป็นพระนอกรีต เป็นเถรเทวทัต เป็นพระคอมมิวนิสต์ก็มี ผลงานของท่านจึงขจรขจายไปไกลในนานาชาติ มีคนแปลเป็นภาษาต่างประเทศ เช่นที่เยอรมัน ซึ่งเป็นแดนที่มีนักพุทธปรัชญามากลึกซึ้งมานานแล้ว เราจึงเห็นนิยายอิงศาสนาถูกผลิตออกมาจากดินแดนแถบนี้หลายเรื่อง เช่น The Pilgrim of Karmnit หรือแม้แต่เรื่อง "สิทธารถ" ของเฮสต์ เป็นต้น ต่อมาท่านจึงได้เขียนคติ เป็นคำกลอนสอนใจเอาไว้ว่า.- = มองแต่ในแง่ดี = เขามีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา จงเลือกเอาส่วนที่ดีเขามีอยู่ เป็นประโยชน์โลกบ้างยังน่าดู ส่วนที่ชั่วอย่าไปรู้ของเขาเลย จะหาคนมีดีโดยส่วนเดียว อย่ามัวเที่ยวค้นหาสหายเอ๋ย เหมือนเที่ยวหาหนวดเต่าตายเปล่าเลย ฝึกให้เคยมองแต่ดีมีคุณจริง [บุญเกิด - - 22 พ.ค. 2546 03:35 ]

ความคิดเห็นที่ 21 [ 202.133.176.184 ] Uraka นารายณ์ ๆ ไชโย ๆ ๆ ใครได้ฟังข่าว AFP บ้างครับ นสพ.ผจก.ลงข่าวให้อ่านเกี่ยวกับ Woman lib. ครับ คือที่อินเดีย นักศีกษาสาวสาขาวิศวกรรมสาขาซอฟต์แวร์ ชื่อ นิชา ชามาร์ ได้ติดสินใจยอมอับอ่ายข้าหน้าประกาศยกเลิกการแต่งงานซะเลย เมื่อฝ่ายเจ้าบ่าวเรียกร้องเอาเงินสินสอดก้อนโตในในนาทีสุดท้าย เธอยอมเป็นขบถ แต่จะไม่ยอมเป็นทาสเทวี เอ๊ย ทาสประเพณีที่ชาวฮินดียึดถือกันมานับพัน ๆ ปี ทำให้เกิดกระแสคัดค้านลัทธิเรียกสินสอดโหดของฝ่ายชายที่ขุดและขูดเอาจากฝ่ายหญิง จนมีลูกเป็นโขยงแล้วก็ยังหาสินสอดไปให้ไม่ครบซะที บางรายถึงกับถูกฝ่ายชายทุกตีทำร้ายถึงตาย แม้จะเป็นการผิดกฎหมายเรื่องเรียกสินสอดของอินตระเดียที่เพิ่งจะออกมาในทศวรรษที่ 1980 นี้เอง แต่อาบังก็หาได้ปฏิบัติตามไม่ ยังบังคับให้ฝ่ายเจ้าสาวหาสินสอดมาทูนให้จนฝ่ายเจ้าบ่าวพอใจ จึงจะยอมแต่งงานด้วย แต่ถึงขนาดห้ามแล้วนะ พลเมืองอินเดียกลับปาเข้าไปเป็น 1000 ล้านคนแล้ว จะเป็นรองก็แต่จีนเท่านั้น ข่าวว่าเธอมีอายุ 21 ปี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยปีสุดท้าย ได้แจ้งความกับตำรวจกล่าวโทษเจ้าบ่าวที่เป็นครูโรงเรียนของเธอว่า ได้เรียกสินสอดตั้ง 1.2 ล้านรูปี (25,000 ดอลลาร์)ขาดตัว ลดหย่อนไมได้แม้แต่สลึงเฟื้อง ทั้ง ๆ ที่เธอก็ได้หอบข้าวของอันมีทีวี ตู้เย็น และกุญแจรถยนต์ที่จะทูนหัวให้เจ้าบ่าว ก่อนหน้าที่เข้าพิธีสยุมพรเพียงไม่กี่ชั่วโมง ผลก็คือเจ้าบ่าวถูกจับเข้าคุก ท่ามกลางความโมโหโกรธาของญาติฝ่ายชาย แต่เธอกลับได้รับการยกย่องเป็นวีรสตรีจากบรรดาว่าที่เจ้าสาวทั้งหลาย โดยในวันต่อมาเจ้าสาวอีก 2 คนก็ก่อการกบฏแบบเธอ จนทำให้เจ้าบ่าวถูกจับเช่นเดียวกัน.......(รายละเอียดน่าอ่าน น่าศึกษา ต่อพิมพ์ไม่ไหวแล้ว) [บุญเกิด - - 22 พ.ค. 2546 04:16 ]

ความคิดเห็นที่ 22 [ 80.212.76.148 ]
ผมก็ได้ดูข่าวนั้นเหมือนกันจาก CNN ผู้หญิงในยุโรปต่างยอกย่องกันใหญ่ ถึงความกล้าหาญนั้น เหมือนเช่นครั้งหนึ่ง ที่มีหญิง (จำชื่อไม่ได้) จากชนชั้น จันทาล ที่ถูกข่มเหงและข่มขืนจากคนที่มีฐานะชนชั้นดีกว่า เธอโมโหมาก และได้กลายเป็นโจรแบบโรบินฮูด และตอนหลังได้เป็น ส.ส. ของอินเดีย จนเรื่องราวชีวิตได้ถูกนำมาสร้างเป็นหนังแล้ว
[คำเขียน คำมี - - 22 พ.ค. 2546 04:29 ]

ความคิดเห็นที่ 23 [ 206.74.241.28
]Poolan Devi ค่ะคุณคำเขียน ถูกฆ่าตายไปเมื่อเดือนสิงหา ๒ ปีที่เเล้วค่ะ เธอถูกบังคับให้เเต่งงานกับผู้ชายอายุมากกว่าถึง ๒๐ ปีเมื่อครั้งที่เธออายุเเค่ ๑๑ สามีของเธอตบตีเธอตลอดที่เเต่งงานกัน เธอจึงหนีไปร่วมขบวนกลุ่มคนร้ายที่เข้าปล้นตามหมู่บ้านต่างๆ ทำให้ผู้คนครหากันมาก เเต่เธอมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของคนบางกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนยากจน ก็เพราะเธอปล้นคนรวยเเล้วไปเเจกให้คนจนเหมือนโรบิน ฮู้ด ตอนปี ๑๙๘๐ เธอถูกกลุ่มโจรคู่เเข่งลักพาเอาตัวไปเเล้วขังไว้ในหมู่บ้านของโจรกลุ่มนั้น ว่ากันว่าเธอถูกโจรกลุ่มนั้นเเละคนในหมู่บ้านนั้นข่มขืนอยู่นานหลายวัน ในวันวาเลนไทน์ปีถัดมา เธอหนีออกจากหมู่บ้านนั้นได้ เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้านของเธอ เธอก็สั่งฆ่าคนที่ลักตัวเธอเสีย ๒๒ คน ที่สำคัญคือคนทั้ง ๒๒ คนที่เธอสั่งฆ่านั้นมาจากวรรณะที่สูงกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในอินเดีย ที่ผู้หญิงยากจนจากวรรณะต่ำสุดจะลงโทษผู้ชายในวรรณะที่สูงกว่าเเบบนั้น เธอเลยมีชื่อเสียงไปทั้งประเทศ เเละมีการตั้งเงินรางวัลค่าหัวของเธอ เธอยอมมอบตัวในปี ๑๙๘๓ เเล้วถูกขังคุกอยู่ ๑๑ ปี พอออกจากคุกในปี ๑๙๙๔ เธอก็ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้เเทนเขตที่เธออาศัยอยู่ เเล้วก็ได้รับเลือกในปี ๑๙๙๖ เธออยู่ในตำเเหน่งนั้นจนถูกยิงตายเมื่อปี ๒๐๐๑ เมื่ออายุ ๓๘ ปี มีหนังสร้างจากประวัติของเธอชื่อ Bandit Queen ค่ะ ไม่ทราบว่าเคยมาฉายเมืองไทยเเล้วหรือยัง
[กุลธิดา - - 22 พ.ค. 2546 04:51 ]

ความคิดเห็นที่ 24 [ 80.212.76.148 ]กุลธิดา You are the best of the best. แล้วอย่างนี้คุณจะไม่เปลียนใจ สนับสนุน Ms. Clinton จาก NY ให้เป็นตัวแทนของเดโมแครตหรือครับ?
[คำเขียน คำมี - - 22 พ.ค. 2546 04:57 ]

ความคิดเห็นที่ 25 [ 206.74.241.28 ]เรื่องยันตระนี่น่าเก๊กซิมค่ะ คือยันตระขออาศัยอยู่ในสหรัฐเเบบขอ political asylum โดยอ้างว่ารัฐบาลไทยพยายามยัดเยียดข้อหาให้ตัว โดยสร้างเรื่องว่าตัวเองละเมิดศีล มีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายคน เที่ยวโสเภณี อะไรพวกนี้ที่เรารู้ๆกัน เเต่อ้างว่าเรื่องเหล่านั้นไม่เป็นความจริง รัฐบาลไทยหาเหตุสร้างเรื่องเพื่อปิดปากตัว เพราะตัวเปิดเผยเรื่องคอรัปชั่นของรัฐบาลไทยสมัยนั้น เปิดเผยเรื่องการบุกป่าทำลายป่า พอดีได้ทนายที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเกี่ยวกับ Human Rights ผู้พิพากษาที่นั่งฟังคดีเรื่องนี้ก็บ้องตื้น หลงเชื่อว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เลยตัดสินให้ยันตระอยู่ในประเทศได้ เรื่องขึ้นศาลนั่นเมื่อปี 1997 ค่ะ ทาง immigration ของสหรัฐได้พยายามต่อสู้เรื่องนี้เเบบหัวชนฝาจนหัวโนไปหลายคนเลยมั้งคะ เเต่คำตัดสินของศาลลักษณะนั้นมัน override กฎเกณท์ของ INS ได้ ยันตระเลยอยู่ในสหรัฐได้อย่างถาวร จนเมื่อไปขับรถฝ่าไฟเเดงเเล้วชนผู้หญิงคนนึงตายที่รัฐมินเนโซต้า เรื่องนั้นเป็นข่าวเเค่ข่าวเล็กๆ บรรดาลูกศิษย์ก็กลัวกันว่าจะถูกขับออกนอกประเทศนะคะ หลังจากนั้นเรื่องเป็นยังไงต่อก็ไม่ทราบ เห็นเงียบหายไปเลย ระหว่างอยู่ที่อเมริกานี่ ยันตระก็ยังหากินกับการเทศน์สอนผู้คนที่ยังเชื่อน้ำยาของเขาอยู่นะคะ เเล้วก็ได้เงินจากการบริจาคของคนเหล่านั้นเป็นเครื่องยังชีพค่ะ
[กุลธิดา - - 22 พ.ค. 2546 06:02 ]

อ่านต่อ หน้า 2
Copyright © 2003 Rimping Foundation