ความคิดเห็นที่ 26 [ 203.113.34.7 ]
อ่านความเห็นแต่ละท่านแล้วเพลิดเพลินดีครับ  
     เรียกว่า  บางท่านอ่านแล้วไม่ต้องดูชื่อก็สามารถนึกชื่อออกนะครับ  ชมแกมเหน็บนะครับว่ารักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้เหนียวแน่นตกผลึกดีมากครับ    
     กลับมาที่เนื้อหากระทู้  ผมขออนุญาตติดตามไปเรื่อยๆ  เหมาะตรงไหนขอจอดตรงนั้นนะครับจะได้ไม่หนักจนเกินไปและลัดเลาะไปในโลกของข้อมูลข่าวสารได้อย่างทั่วถึง  
       ผมขอคั่นด้วยการแบ่งเนื้อหาที่แต่ละท่านนำเสนอนะครับ  
 เป็นคำถามลอยๆดังนี้  
       1)  จริงอยู่มนุษย์มีสัญชาตญาณ  และมีพฤติกรรมทางการเมืองคล้ายสัตว์ในหลายๆด้าน  แต่มนุษย์มีพฤติกรรมทางการเมืองที่แตกต่างจากสัตว์อย่างชัดเจนหรือไม่?    
       2)  ในมนุษย์ด้วยกันเองต่างเผ่าพันธุ์  ต่างศาสนามีพฤติกรรมทางการเมืองต่างกันอย่างชัดเจนหรือไม่?(โดยไม่คำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน)  
       3)  ระหว่างศาสนจักรและอาณาจักรบ่อยครั้งที่เราเห็นความขัดแย้งทางการเมืองเกิดขึ้นเพราะเหตุใด?  
       4)  อะไรคือเส้นแบ่งระหว่างศาสนจักรและอาณาจักรในโลกยุคปัจจุบัน?  
       5)  โลกปัจจุบันจำเป็นต้องมีศาสนาหรือไม่?  
       6)  หากไม่มีศาสนจักรเชิงโครงสร้างให้เห็นโดยชัดเจน  แต่มนุษย์ก็ยังคงมีกรอบความเชื่อพื้นฐานบางอย่างที่แตกต่างกัน  จะนับเป็นแนวทางเช่นเดียวกับการนับถือทางศาสนาเช่นในอดีตได้หรือไม่?  
       7)  ความขัดแย้งในปัจจุบันโดยเฉพาะในตะวันออกกลางเกิดจากอะไร?  
       8)  ระหว่างเรื่องทางกายภาพ(ปัจจัยที่จำเป็นต่อร่างกาย)  
 และเรื่องทางจิตภาพ(ปัจจัยที่จำเป็นต่อจิตใจ)  สิ่งใดจำเป็นอย่างไร?  ด้วยเงื่อนไขที่แตกต่างกันอย่างไร?  
       9)  ความต้องการทางกายภาพและจิตภาพ  มีลักษณะประสานหรือขัดแย้ง  ไปในทิศเดียวกันหรือหักล้างกันเสมอไปหรือไม่?  
       10)  วิธีที่ดีที่สุดเมื่อความต้องการของแต่ละฝ่ายแต่ละคนขัดแย้งกันควรแก้ปัญหาด้วยวิธีการอย่างไร?  ใช้การหลอมรวม?  หรือใช้การแยกแยะออกจากกัน?  แยกบางส่วนรวมบางส่วน?  
       11)  คติที่ว่าผู้ชนะคือผู้ถูกต้องที่สุดจะใช้ได้เมื่อไรบ้าง?  
       12)  ท่านพอใจโลกปัจจุบันเพราะว่าอะไร?  
       13)  โลกอนาคตในอุดมคติของท่านเป็นอย่างไร?  
       14)  อะไรที่เป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนโลกการเมืองของมนุษย์?ขอบเขตที่เป็นอยู่ขอบเขตที่ควรจะเป็น?  
       15)  โลกไร้พรมแดนทางกายภาพ  หรือไร้พรมแดนทางจิตภาพ?  
         16)  ลักษณะทางการเมืองมนุษย์ในอนาคตควรเหมือนกันและต่างกันอย่างไร?แค่ไหน?    
           17)  ศูนย์อำนาจทางการเมืองจะเกิดขึ้นได้อย่างไรในโลกยุคไร้พรมแดน?  
           ฯลฯ  
   
           ผมมองเห็นความเชื่อมโยงของเหตุผลต่างๆที่ซับซ้อน  
 และแตกต่าง  ในทางการเมืองผมมองเป้าหมายรวมสูงสุดของสังคมคือความสุขสงบและสันติภาพ    ในทางบุคคลซึ่งครองอำนาจผมมองความศรัทธาและการยอมรับของคนในความดีที่เขากระทำ  ในกลุ่มคนผมสนใจการสรรค์สร้างมากกว่าการทำลายซึ่งกันและกัน  ในความขัดแย้งผมมองที่เจตนาครับ    สุดท้ายสำหรับคนมุสลิมผมว่ามีทั้งดีและเลว  
 ส่วนคำสอนของศาสนาอิสลามเนื่องจากผมไม่ใช่ชาวมุสลิมและไม่ได้เชื่อ  ถ้าหากจะลงในประเด็นนี้ขอให้ชาวมุสลิมมาถ่ายทอดโดยตรงจะดีกว่าครับ  ซึ่งถ้ามองในเชิงวิชาการและความจริง  เพื่อนคนไทยมุสลิมก็น่าจะอนุเคระห์มาเผยแพร่หรือถกเถียงได้  เพราะผมว่าปัญหามันเกี่ยวเนื่องกับความเชื่อเสมอ  อยู่ที่จะพูดกันหรือจะยุติไปเพราะมันถึงที่สุดในด้านเหตุผลแล้ว  ส่วนด้านข้อมูลผมว่าก็เสริมความเข้าใจเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ  แต่ต้องไม่เป็นไปในด้านเดียวขณะเดียวกันก็ขึ้นอยู่กับตาชั่งของแต่ละคนละครับว่าจะชั่งกันออกมาอย่างไร?  เอาอะไรเป็นแกนอ้างอิง      
       ขอไม่สรุป  เพราะเอาแต่ตั้งคำถามน่ะครับ  แต่ถ้าถามผมนะครับผมว่ายิวกับมุสลิมหรือชาวตะวันออกกลางจะเป็นชนชั้นไหนก็ตามทีเหมือนน้ำกับน้ำมันโดยส่วนใหญ่ครับ  ถ้าจะคบกันต้องไม่หันอาวุธทุกชนิด(อาวธ,น้ำมัน,วัฒนธรรม,ฯลฯ)เข้าหากัน  และต้องเคารพในสิทธิ์ของกันและกัน  ดีที่สุดคือให้เขาเลือกกันเองครับว่าชอบ  
 สังคมแบบไหน  ระบบการปกครอง  ระบบเศรษฐกิจ  จะนับถือศาสนาไหนให้เป็นไปตามความเชื่อที่แท้จริง  การเผยแพร่ควรใช้ระบบดึงมากกว่าดันครับ  เพราะมาจากคนละด้าน  เหมือนการแต่งงาน  ต้องเป็นไปตามความสมัครใจ  
 ถ้าหากเขาไม่ได้ยินยอมให้เราเลือกให้  แบบนี้น่าจะอยู่กันได้  ผมไม่เชื่อเรื่องความสมดุลจะเกิดขึ้นเพราะมนุษย์ต้องฆ่ากันเองเท่านั้นครับ  แบบนั้นแสดงว่าเราตีค่าของคนเท่ากับสัตว์  แต่ที่ผมว่าต่างกันเพราะมนุษย์รู้จักการสร้างและการทำลาย  แยกแยะได้ดีกว่าสัตว์ครับว่าอะไรคือความดีเลวเหมาะสม  พูดง่ายๆโลกจะอยู่หรือไปมนุษย์รับผิดชอบเต็มทุกด้านครับ  เรื่องนี้สัตว์เกี่ยวทางอ้อมเท่านั้น  
                 
       

[เสียง - - 23 ม.ย. 2546 11:45 ]

 

 

ความคิดเห็นที่ 27 [ 209.178.191.233 ]
คำถามข้อ  11  
   
 ผมไม่พอใจกับโลกในปัจจุบันครับ  คิดว่าเป็นโลกที่หาความยุติธรรมมิได้เลย  เป็นโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก  เอารัดเอาเปรียบ  กดขี่ข่มเหง  โทสะโมหะโลภหลง    ฯลฯ

[ยืนยง - - 23 ม.ย. 2546 12:31 ]

 

ความคิดเห็นที่ 28 [ 203.113.77.73 ]
ได้เข้ามาอ่านในบอดร์ดนี้แล้วเหมือนกับได้นั่งอยู่ในหอสมุดเลยน่ะครับ  ได้ความรู้มากๆ  เลยครับ  ผมได้อย่างเรื่องรากฐานนิยมอิสลามแล้ว  ก็เลยอยากจะนำมาบอกเล่าเก้าสิบกันบ้างครับ  คงไม่ว่ากันน่ะครับ  
 .....ดร.  มุฮัมมัด  อิมาเราะฮ์  เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า  "สงครามศัพท์เทคนิค"  ซึ่งสื่อตะวันตกได้สู้รบกับอิสลามด้วยศัพท์ทางเทคนิคเหล่านี้  ตัวอย่างเช่น  ศัพท์คำว่า  (Enlightenment  การส่องสว่าง)  แต่จริงๆ  แล้วมันมีเจตนาเพื่อสร้างความมืดมน  ด้วยการโฆษณาแนวคิดโละนิยม  (Secularism)  ที่ไม่มีศาสนา  การพรากประชาชาติออกจากมรดกและหลักศรัทธา  แต่พวกเขากลับเรียกสิ่งนี้ว่า  การส่องสว่าง  ความจริงแล้ว  อิสลามมีภาระที่ต้องแยกแยะคำศัพท์เหล่านี้  และทำให้ความหมายของมันกระจ่าง  
 ......สมัยก่อนพวกเขากล่าวว่า  "จงระวังพวกสุดโต่งอิสลาม  จงระวังความสุดโต่งอิสลามหรือความคลั่งอิสลาม"  แต่ตอนนี้พวกตะวันตกไม่ได้กล่าวอย่างนั้นแล้ว  พวกเขากลับกล่าวว่า  "จงระวังอิสลามสายกลาง"  "จงระวังมุสลิมสายกลาง"  เพราะพวกเขาเป็นกลุ่มที่สำคัญกว่า  และมีอิทธิพลกว้างไกลกว่า  กลุ่มสุดโต่งนั้นอยู่ได้ไม่นานนักเพราะลัทธิสุดโต่งมีระยะเวลาที่สั้น  เพราะว่าพวกมันต่อต้านธรรมชาติของความเป็นมนุษย์มันจึงอยู่ได้ไม่ยืดยาว  ฉันเคยเห็นคนหนุ่มสาวจำนวนมากที่สุดโต่ง  แต่หลังจากนั้นระยะหนึ่งก็พลิกไปในทางตรงข้าม  (คือหย่อนยาน)  สื่อตะวันตกเข้าใจเรื่องนี้ดี  ด้วยเหตุนี้เองพวกเขาจึงเตือนให้ระวังพวกสายกลาง  (เพราะกลุ่มสายกลางคือกลุ่มที่เป็นรากฐานนิยมที่แท้จริง)  และปัจจุบันนี้พวกตะวันตกก็ได้พยายามปรับเปลี่ยนความคิดของประชาชาติโดยกล่าวว่า  "อิสลามนั้นไม่สามารถอยู่ในแนวทางสายกลางได้  อิสลามโดยธรรมชาติเป็นความคิดสุดโต่ง"  ดังนั้นเราต้องเตือนให้เห็นอันตรายในเรื่องนี้  ซึ่งหมายถึง  สื่อตะวันตก  รวมกลุ่มทำงานอิสลามต่างๆ  ให้เป็นเหมือนกันหมด  คือเป็นภาพความรุนแรง  สุดโต่ง  โดยใช้คำว่า  "รากฐานนิยม"  ในภาพพจน์เดียวกัน

[คนตาไม่บอด - - 23 ม.ย. 2546 14:01 ]

 

ความคิดเห็นที่ 29 [ 203.113.77.68 ]
พวกตะวันตกมักจะกล่าวถึงอิสลามว่าแข็งทื่อ  แต่ตรงกันข้ามแล้ว  อิสลามนั้นห่างไกลมากจากข้อกล่าวหานี้  อิสลามนั้นง่าย  ยืดหยุ่น  ก้าวหน้า  และฟื้นฟู  ถ้าหากพวกเขาได้ศึกษาจากอัล-กุรอานและแบบอย่างการดำรงอยู่ของท่านศาสดามุฮัมหมัด  จากที่ฉันได้ศึกษามรดกอิสลามและกฎหมายอิสลาม  ฉันพบว่าพวกอิสลามได้ตกต่ำลงในยุคต่อต่อๆ  มา  (หลังจากยุคของท่านศาสดา)  และได้ถอยห่างจากการทำให้ง่ายสู่ความแข็งกร้าว  และทุกๆ  ยุคที่ไม่บริสุทธิ์ก็มีบางสิ่งเข้ามาสร้างทัศนคติของอิสลามที่เลยเถิด  ด้วยเหตุนี้เองเราจำเป็นต้องกลับไปสู่อิสลามตามสภาพดั้งเดิมที่บริสุทธิตามธรรมชาติที่แท้จริงของมัน  การกลับไปสู่ความพอดี  ความยืดหยุ่น  และความสามารถที่จะรับความก้าวหน้าและความง่ายดาย  นั่นคือยุคของท่านศาสดา  
 ......มีปัญหามากมายที่เกิดจากหน่วยงานต่างๆ  ของประเทศอาหรับและประเทศอิสลาม  นั่นคือ  พวกเขาได้ยึดเอาทัศนะที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออิสลามที่แท้จริง  นี่เป็นเรื่องที่น่าเสียใจยิ่ง    คนอาหรับมีสุภาษิตว่า  "ผู้ใดที่ไม่มีความรู้เรื่องใด  เขาก็เป็นศัตรูกับเรื่องนั้น"  
 ....พวกอาหรับที่มีความคิดตะวันตก  กลัวว่าอิสลามจะกระชากหน้ากากของพวกเขา  เปิดเผยความลับของพวกเขา  เปิดโปงการบิดเบือน  การลักขโมย  การปล้นของพวกเขา  กว่าว่าอิสลามจะห้ามพวกเขาออกจากความใคร่  ความอยากต่างๆ  ที่อิสลามห้าม  และสิ่งต่างๆ  ที่เขาไม่มีสิทธิ์ใด  ในสิ่งนั้น    
 .....รัฐบาลอาหรับบางประเทศได้ทำการสู้รบกับการตื่นขึ้นมาของอิสลาม  เพราะว่าพวกเขาขัดแย้งกัน  บางแห่งเป็นตัวแทนของอำนาจภายนอก  เช่นลัทธิไซออนิสต์ที่มีปรัชญาว่า  "ทำให้บ่อน้ำแห้ง"  มีเป้าหมายเพื่อทำให้แนวคิดวัฒนธรรมอิสลามนั้นเหือดแห้งหายไป  ยกเลิกทุกอย่างที่ทำให้บุคลิกภาพอิสลาม  หรือปัญญาอิสลามเติบโตขึ้นมาเพื่อคัดค้านความเท็จ  การโกหก  การให้ร้าย  การกดขี่ที่กระทำต่อสัจธรรมและความดีงาม  
 ......รากฐานนิยมของอิสลามเมื่อใช้ในการปกครองแล้ว  นั้นคือทุ่นช่วยชีวิต  ท่ามกลางความหายนะ  มันทำให้ประชาชาติอิสลามนี้มีเครื่องคุ้มภัยที่จะปกป้องตัวมันเองจากสภาพล่มสลาย  คนหนุ่มสาวที่ไม่ได้มีหลักศรัทธาต่อศาสนาของตนเองมักเป็นเหยื่อของสิ่งเสพติดได้ง่าย  สิ่เสพติดในที่นี้ไม่ได้หมายถึง  กัญชา  หรือ  เฮโรอีน  ฯลฯ  อย่างเดียว  แต่สิ่งเสพติดนั้นหมายถึง  สิ่งมอมเมา  สิ่งที่ทำให้หลงระเริง  สิ่งที่ทำให้ขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี  การหมกมุ่นทางเพศและสำเริงสำราญ  ปล่อยตัวไปกับมันกลายเป็นทาสของซาตาน  พร้อมทั้ง  มีความยืดหยุ่น  และเตรียมพร้อมรับความก้าวหน้า  ซึ่งอิหร่านเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี  ซึ่งการเห็นผลนั้นจะต้องใช้เวลา  และสิ่งเร้าภายนอกจากตะวันตกคือสิ่งที่รัฐบาลอิหร่านจะต้องควบคุมเพื่อจะได้เห็นผลในการก้าวหน้าในระบอบการปกครองในรูปแบบอิสลาม  เพื่อให้ชาวโลกได้เห็นเสียที  แม้ว่าปัจจุบันจะถูกพวกตะวันตกพยายามใช้ศัพท์ทางเทคนิคในการดิสเครดิตอยู่ก็ตาม....

[คนตาไม่บอด - - 23 ม.ย. 2546 14:42 ]

 

ความคิดเห็นที่ 30 [ unknown ]
 
       จริงๆ  ผมมีความรู้เกี่ยวกับชาวมุสลิมหรืออิสรามน้อยมาก      พูดง่ายๆ  ใช้ความรู้สึกเอานะครับ    เพราะอเมริกานี้ก็เปรียบเสมือนเสือดุนะครับ    อย่าไปแหย่ให้โกรธเด็ดขาด    ไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ    แล้วดูอย่างประวัติอเมริกาเองได้มาจากอินเดียแดง    ก็ด้วยการทำสงครามกับเผ่าอินเดียแดงต่างๆ    จนครอบครองพื้นที่ในเอริกาปัจจุบันอันแสนกว้างใหญ่ไพศาล      และในสมัยประธานาธิบดีอับราฮัม  ลินคอร์น    ที่ฝ่ายเหนือบุกฝ่ายใต้ก็ด้วยสงครามเลือดคนตาย  และเผานาไร่ฝ่ายใต้    จนได้สถาปนาเป็นประเทศไร้ทาส    แต่ปัจจุบันก็ยังมีท่วงทำนองการแบ่งผิวสี  
       ความรังเกียจต่ออเมริกาคงมีหลายชาติเอามากๆ  นะครับ    ไล่เอาตั้งแต่เวียตนาม  อิหร่าน  อีรัค  ปาเลสไตน์  อินโดเนเซีย  มาเลเซีย    หรือแม้แต่ไทยเอง    ซึ่งก็น้อยกว่าต่อฝรั่งเศสสมัย  ม.  เปาวี    หรืออังหฤษสมัยล่าอาณานิคม    คาดว่าทางรัฐบาลอเมริกาในช่วงสายเหยี่ยวต่างๆ  มุ่งเล็งถึงผลประโยชน์ของอเมริกาค่อนข้างมาก    โดยเฉพาะประธานาธิบดี  จอร์จ  บุ๊ชคนปัจจุบัน    ที่แสดงความเป็นสุนัขป่า    ต่อประเทศลูกแกะอย่างเห็นได้ชัดเจน    เช่นกล่าวหาอีรัคเก็นสะสมอาวุธเคมีและเชื้อโรค    แต่ก็ไม่เจอหลักฐานเช่นว่าได้อย่างพูดเต็มปาก  
       จากการที่มีการรังเกียจต่ออเมริกาก็เพราะความแส่ทางด้านแสนยานุภาพในการปั่นและป่วน    จากการจัดระเบียบโลกที่บิดเบี้ยว    อย่างเห็นได้ชัดจากกรณีประเทศอีหร่านที่สนับสนุนราชวงค์และกษัตริย์ปกครองและบริหารชาวอีหร่าน    จนชาวอีหร่านต้องเรียกร้องท่านโคไมนี่ให้มาปกครองอีหร่านแบบสาธารณรัฐอิสราม  
       ดูประเทศอีรัคปัจจุบัน    แม้จะถูกยึดครองจากจากอเมริกาในการโค่นซัดดัมแล้ว    ในช่วง  2-3  วันที่ผ่านมาชาวอีรัคเผ่าชีอะห์ได้รวมตัวกันประมาณ  200000  คน    แสดงเจตนารมณ์ต่อสหรัฐอเมริกาว่าตนเองต้องการปกครองอีรัคแบบสาธารณรัฐอิสราม    เช่นเดียวกับประเทศอีหร่าน    และโคไมนี่เองก็เคยมาลี้ภัยในที่แห่งนี้ที่ชนชาวชีอะห์ได้ก่อฝูงมวลชนขึ้นมา    แต่ไม่ต้องการให้อเมริกามาปกครองใดๆ  หรือใช้รัฐบาลหุ่นเชิดใดๆ  ที่จะมาบงการอีรัคครับ  ....  ;8)  
 

[หมู  หาดใหญ่ - - 23 ม.ย. 2546 19:17 ]

 

ความคิดเห็นที่ 31 [ 218.225.82.22 ]
ดิฉันคิดว่าการที่รัฐบาลสหรัฐฯให้การสนับสนุนอิสราเอลมาโดยตลอดทั้งทางตรงและทางอ้อม  มีส่วนอย่างมากต่อการช่วยเสริมสร้างความเกลียดชังสหรัฐฯให้กระจายในวงกว้างในหมู่ชาวมุสลิมทั่วโลก  ไม่เฉพาะแต่ในตะวันออกกลาง    
   
 และยิ่งเวลาผ่านไปปัญหายิว-ปาเลสไตน์  ก็กลายเป็นชนวนแห่งความเคียดแค้น...ขมขื่นที่ยิ่งมายิ่งฝังรากลึก  กลายเป็นพลังขับดันที่ช่วยให้กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงและขบวนการก่อการร้ายโตวันโตคืน  การที่สหรัฐฯสนใจแค่แสวงหาผลประโยชน์จากภูมิภาคนี้ก็ยิ่งทำให้สอดคล้องกับลักษณะของผู้รุกรานที่อาศัยความเหนือกว่าในทุกๆด้านข่มเหงผู้ที่ด้อยกว่า...พูดไปแล้ว  ดิฉันคิดว่ามีอีกหลายปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังสหรัฐฯในหมู่ชาวมุสลิม  แต่ถ้าลองมองในมุมกลับกันบ้างว่า  ถ้าไม่นับเหตุการณ์ก่อวินาศกรรม  9/11  และการเผาสถานทูตสหรัฐฯในอิหร่าน  สหรัฐฯเคยถูกตอบโต้หรือได้รับความเจ็บช้ำน้ำใจจากชาวมุสลิมบ้างมั้ย?  มีอะไรนอกเหนือจากนี้ที่อาจเป็นสาเหตุให้ชาวอเมริกันเกลียดชังประเทศในกลุ่มอิสลามเหล่านี้หรือเปล่า?  อาจจะมีข้อเท็จจริงบางประการที่ดิฉันมองข้ามไปก็ได้น่ะค่ะ...เลยอยากจะถามให้แน่ใจ    

[จัสมิน - - 23 ม.ย. 2546 23:48 ]

 

ความคิดเห็นที่ 32 [ 202.133.166.111 ]
สวัสดีคุณเสียง  
   
 เรียนมายังท่านด้วยความนับถือ  ท่านแถลงมาย่อมถูกครับ  โลกจะเป็นอย่างไรภายภาคหน้า  สัตว์โลกผู้ใช้นามว่า"มนุษย์"เท่านั้นครับที่ต้องรับผิดชอบเพราะทุกวันนี้สัตว์โลกเผ่าพันธ์นี้ถือความเป็นเจ้าเข้าครอบครอง  และตั้งหน้าตั้งตาล้างผลาญ  ความสมดุลย์แห่งธรรมชาติของโลกมากขึ้นทุกวัน  เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธ์ของตน    ที่ผมอ้างถึงสงครามการทำลายล้างกันเองของสัตว์โลกสปีซี่นี้  เพื่อเน้นย้ำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า  ทุกสิ่งต้องดำเนินไปอย่างสมดุลย์ของธรรมชาติ  มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดมากกว่าสัตว์โลกสายพันธ์อื่น(อันนี้เข้าข้างตัวเองเพราะยังไงก็เป็นสัตว์ในสปีซี่เดียวกัน)  ความที่ฉลาดมากกว่าสัตว์ในสายพันธ์อื่นทำให้มนุษย์สามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วทั้งๆที่  ธรรมชาติกำหนดระยะเวลาการแพร่พันธ์อย่างทิ้งช่วงให้แล้วก็ตามแต่มนุษย์ก็ยังสามารถเอาชนะและแข็งขืนต่อธรรมชาติได้มากที่สุดเกินกว่าสัตว์สายพันธ์อื่นๆ  ดังนั้นอัตราการเกิดของมนุษย์เมื่อเทียบกับสัตว์อื่นจึงอยู่ในเกณฑ์ที่สูงมาก  อัตราการตายน้อยกว่าเกณฑ์มากเช่นกัน  ด้วยสติปัญญาของมนุษย์เองน่ะแหละ    ดังที่ว่าไว้ว่าความฉลาดของมนุษย์ทำให้สามารถบริโภคสิ่งรอบตัวได้มากกว่าสัตว์ในสายพันธ์อื่น  ดังนั้นบิ่งมีมนุษย์มากเท่าไรยิ่งสร้างความขาดสมดุลบ์แห่งธรรมชาติมากขึ้นเท่านั้น      
   
 ตามธรรมชาติของสัตว์ทั่วๆไป  ย่อมเสาะแสวงหาอาหารเพื่อการยังชีพ  และจะกระทำในเกือบทุกสิ่งเพื่อครอบครองอาณาเขตเพื่อการยังชีพของตนเท่านั้น  ขอให้มองที่สัตว์สายพันธ์อื่นประกอบ  มนุษย์เองก็ใช้ชีวิตดำรงชีพไม่ต่างจากสัตว์ในสายพันธ์อื่นเช่นกัน  การแสวงหาอำนาจในการเข้าครอบครองอาณาเขตเพื่อรากฐานของการดำรงชีพ  ของมนุษย์จึงเป็นบ่อเกิดแห่งการรุกรานกันการฆ่าฟันกันเพื่อล้างเผ่าพันธ์ที่อ่อนด้อยกว่าตนเอง  นี่จึงเป็นการสร้างสมดุลย์แห่งธรรมชาติอีกรูปแบบหนึ่งเช่นกัน    เพราะหากมนุษย์ไม่แบ่งแยกสายพันธ์ของตนเองแล้วไซร้มนุษย์ก็จะรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวกันและหันไปก้มหน้าก้มตาล้างผลาญทำลายสิ่งมีชีวิตในสายพันธ์อื่นเพื่อการอยู่รอดของตน  อันจะทำให้ความสมดุลย์แห่งธรรมชาติล้มลงทั้งระบบ  ดังนั้นผมจึงมองการล้างผลาญเข่นฆ่ากันในการทำสงครามของมนุษย์เป็นไปตามวิถีแห่งธรรมชาติ  
   
 ลูกสาวตื่นครับ  ขอแจมเท่านี้ก่อนเดี๋ยวพรุ่งนี้จะเข้ามาใหม่ครับ

[ธนะชัย      สิงห์สินธุ์ - - 24 ม.ย. 2546 00:34 ]

 

ความคิดเห็นที่ 33 [ 206.74.241.28 ]
เห็นด้วยกับคุณจัสมินค่ะ  เรื่องอิสราเอลเเละความช่วยเหลือจากสหรัฐที่มีให้ต่ออิสราเอลนี่คิดว่าเป็นปัญหาสำคัญที่สุดที่ทำให้ชาวอาหรับเกลียดสหรัฐ  คิดว่าการต่อสู้ของรัฐปาเลสไตน์เเละคนปาเลสไตน์นี่ชาวมุสลิมส่วนใหญ่ทั่วโลกถือเอาเป็นการต่อสู้ของตัวเองด้วย  ด้วยเหตุนี้  ไม่ว่าสหรัฐจะทำอย่างไร  ชาวมุสลิมส่วนใหญ่ก็ไม่ยอมรับสิ่งที่สหรัฐคิดว่าเป็นความหวังดีง่ายๆอย่างที่เห็น  ว่าไปเเล้ว  ถ้าดูตามตัวเลข  เงินที่สหรัฐใช้สนับสนุนอิสราเอลปีๆนึงนี่เเทบจะเรียกได้ว่าเป็นเงินที่มากกว่า  operating  budget  ของประเทศเล็กๆบางประเทศเสียอีก  อย่างเช่นปีที่เเล้วสหรัฐให้เงินช่วยอิสราเอลทั้งหมด  2,742.45  ล้านดอลล่าร์  ในเงินจำนวนนี้เป็นเงินช่วยทางการทหารเสียเป็นส่วนใหญ่คือ  2,086,35  ล้าน  ทำใมถึงช่วยการทหารอิสราเอลมากขนาดนั้น  น่าคิดนะคะ  ถ้าเมื่อไหร่สหรัฐยุติปัญหาอิสราเอลเเละปาเลสไตน์  โดยที่เป็นที่พอใจกันทั้งสองฝ่ายได้ล่ะก็  ภาพพจน์ของสหรัฐในสายตาชาวอาหรับคงดีขึ้นกว่านี้เยอะ    
   
 ส่วนเรื่องที่ว่ามีเรื่องอะไรที่ทำให้ชาวอเมริกันเกลียดชังคนมุสลิมหรือเปล่า  คิดว่าไม่มีนะคะ  เเละไม่คิดว่าคนอเมริกันเกลียดชังคนมุสลิมด้วย  เเต่คิดว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะเข้าใจคนมุสลิมเท่าไหร่มากกว่า  เเละขณะเดียวกันคิดว่าปัญหาเรื่องความไม่เข้าใจนี่เเหละที่ทำให้รัฐบาลอเมริกันบางครั้งคิดว่าวิธีเเก้ปัญหาตะวันออกกลางคือการเอาวิธีการปกครองเเบบเสรีประชาธิปไตยไปมอบให้  ระบบการปกครองเเบบนี้อาจใช้ได้ผลดีในสหรัฐ  เเต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะได้ผลในส่วนอื่นของโลกด้วย  อย่างที่  Kamal  Nasser  ของอียิปต์เคยลองมาเเล้ว  เเล้วก็ล้มเหลว    
   
 ส่วนคำถามของคุณเสียง  ขอเวลานั่งคิดซักพักนะคะ  คำถามไหนคิดว่าพอร่วมเเสดงความคิดเห็นด้วยได้  จะลองเเสดงความคิดเห็นดูค่ะ  อ้อ  กระทู้นี้ดีค่ะ  ความคิดเห็นมีเเตกต่างกันบ้าง  เเต่ก็เเลกเปลี่ยนกันด้วยดี  เเบบนี้น่าร่วมวงด้วยเรื่อยๆค่ะ

[กุลธิดา - - 24 ม.ย. 2546 04:08 ]

 

ความคิดเห็นที่ 34 [ 203.107.211.236 ]
คนไทยไม่ต้องศึกษาหรอก  เขาเห็นอยู่แล้วที่  คนมุสลิมพยายมจะแยกดินแดน  เขาเคยคิดบ้างใหมว่าเขาเป็นคนไทย  หนังสือก็ไม่เรียนหนังสือไทย  คนไทยมีปัญหากับประเทศข้างเคียงคนอิสลามเคยเป็นเดือดเป็นร้อนแทนไหม  เงียบ  แต่พอนายซัดดัม  อิรัก  โดนเมกาถล่มโอ้ย..จะเป็นจะตายอาสาออกรบ  ส่งเงินสนับสนุน  อย่างนี้ไม่ต้องศึกษาหรอกพวกอิสลามเห็นแก่พวก  ไม่ได้คิดว่าเขาเป็นคนไทย  อเมริกาก็เหมือนคนไทยทำไมต้องเกลียด  ไม่ต้องถามให้เสียเวลชา

[lamai98 - - 24 ม.ย. 2546 08:08 ]

 

ความคิดเห็นที่ 35 [ 203.113.34.8 ]
ทุกอย่างมันมีประวัติศาสตร์ความเป็นมา  คุณละมัย    
 เพื่อนคนไทยมุสลิม  เป็นทั้งคนไทย  และเป็นทั้งชาวมุสลิม  
 ไทยก็คงเป็นไทย    อ้อ  สวัสดีทุกท่านด้วยครับ  
 

[เสียง - - 24 ม.ย. 2546 12:18 ]

 

ความคิดเห็นที่ 36 [ 209.178.142.246 ]
ความโกรธแค้นของชาวมุสลิมที่มีต่อประเทศแถบตะวันตกมีมานานแล้ว  ในสายตาของชาวมุสลิม  การที่สหรัฐใช้กำลังทหารบุกรุกอิรัค  ได้สะกิดความทรงจำที่ไม่ดีในอดีตของเขา  นักวิชาการที่เชี่ยวชาญเรื่องราวของตะวันออกกลางย่อมเข้าใจดีว่า  ประวัติศาสตร์เรื่องการล่าอาณานิคมของประเทศตะวันตกในอดีต  เป็นเรื่องที่สะเทือนใจต่อชาวมุสลิมอย่างใหญ่หลวง    การล่าอาณานิคมในอดีตเริ่มด้วยการบุกรุกทางทหารของฝรั่งเศสต่อประเทศอัลจีเรียในปี  1830    ติดตามด้วยการบุกรุกทางทหารของอังกฤษต่ออียิปต์ในปี    1882    หลังจากนั้นก็มีการแบ่งแยกจัดตั้งประเทศ  ซีเรีย    จอร์แดน    เลบานอนและอิรัค  หลังสงครามโลกครั้งแรก    และเพราะเหตุที่ว่า  สหรัฐช่วยเหลืออิสราเอลมาตลอด  สหรัฐจึงถูกชาวมุสลิมมองเป็นส่วนหนึ่งของประเทศที่ล่าอาณานิคมเช่นเดียวกัน    ในสายตาของชาวมุสลิม  ทุกครั้งที่พวกเขาถูกอิสราเอลโจมตี  ก็เปรียบเสมือนสหรัฐกระทำการโจมตีด้วยตนเอง    ระหว่างสงครามในอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก  (ปี    1991)    ข่าวสารเรื่องกองทัพสหรัฐโจมตีทหารอิรัคที่ถอยหนีจากคูเวตบนถนนที่ถูกเรียกว่า    Highway  of  Death    ซึ่งทำให้ทหารอิรัคล้มตายเป็นพันเป็นหมื่น  ในสายตาของชาวมุสลิม  การกระทำครั้งนั้นเป็นการเข่นฆ่าอย่างโหดเหี้ยมโดยไม่มีความจำเป็น  หลังจากสงครามครั้งนั้น  สหรัฐยังคงมีกำลังทหารในซาอุดิอเรเบีย  ซึ่งชาวมุสลิมถือว่า  เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์  ทำให้นักรบชาวมุสลิมไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง  นักรบพวกนี้ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรกับสหรัฐในสงครามผลักดันรัสเซียออกจากอาฟกานิสตาน  ก็กลับกลายเป็นสตรู  เมื่อนายโอซาม่า  บินลาดินจัดตั้งองค์การ    Al  Queda  นี่ก็ทำให้ชาวมุสลิมเหล่านี้ได้มีช่องทางระบายความโกรธแค้นของเขา      
   
 การที่สหรัฐพยามยามให้เหตุผลการทำสงครามกับอิรัค    ว่าเป็นการปลดปล่อยชาวอิรัคจากนายซาดาม    ว่าต้องการที่จะนำระบบประชาธิปไตยมาให้ชาวอิรัค    ว่าต้องการสอนให้ชาวอิรัคให้มีการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น    แต่คำพูดแบบนี้ไม่ได้ผิดไปจากคำพูดที่ฝรั่งเศสและอังกฤษเคยพูดมา  สมัยการล่าอาณานิคมในอดีต  เป็นคำพูดที่แม้แต่เด็กชาวมุสลิมอายุสิบขวบย่อมที่จะรุ้ดี    ยิ่งคำพูดของประธานาธิปดีสหรัฐที่เกี่ยวพันสงครามอิรัคกับสงครามครูเสต  ไม่ว่าจะมีเจตนาหรือไม่  ยิ่งทำให้ชาวมุสลิมโกรธแค้นมากขึ้น    ในปี    1920    นายทหารฝรั่งเศส  นายพล  Henri    Gouraud    ซึ่งได้เข้ายึดครองเมือง  ดามาสกัส  (เมืองหลวงของซีเรียปัจจุบัน)    ยืนอยู่บนรูปปั้นของ    Saladin  ซึ่งเป็นผู้นำของนักรบมุสลิมในอดีตที่ยึดเมืองเจรูซาเร็มจากกองทัพครูเสต  เมื่อนายพลคนนี้ยืนบนรูปปั้น  เขาก็ได้ประกาศว่า    "Saladin,    we  have  returned"      ส่วนนายทหารอังกฤษซึ่งเข้ายึดครองเมืองเจรูซาเร็ม  นายพล  Edmund  Allenby  ก็ประกาศว่า    "Today,  the  Crusades  have  ended"    เป็นที่น่าเสียใจที่ประธานาธิปดีสหรัฐถอนคำพูดที่เกี่ยวพันกับสงครามครูเสตออกสายเกินไป  ชาวมุสลิมได้เห็นว่าสงครามอิรัคเกี่ยวพันกับสงครามครูเสตเสียแล้ว    ชาวมุสลิมจะโกรธแค้นทุกครั้งที่เขาเห็นรถถังของสหรัฐวิ่งไปวิ่งมาบนถนนของกรุงแบกแดด    แต่โปรดอย่าเข้าใจผิดว่าชาวมุสลิมจะเกลียดอะไรซึ่งเป็นอเมริกันไปหมดทุกอย่าง  เพราะอุดมการณ์ความคิดของสังคมอเมริกา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเป็นอิสระสิทธิบุคคล  เป็นเรื่องที่เขาเทิดทูญเช่นกัน  อเมริกาเคยมีภาพพจน์ที่ดี  เคยถูกมองว่าเป็นประเทศที่บุคคลมีอิสระ  และต้องการที่จะเผยแพร่สิทธิของบุคคลให้ต่อชาวโลกอย่างบริสุทธิ์ใจ  แต่เมื่อสหรัฐได้เป็นพันธม
ิตรกับอิสราเอลอย่างสุดหัวใจจนแยกไม่ออก  ชาวมุสลิมย่อมที่จะมองสหรัฐว่าเป็นสตรูไปโดยปริยาย  
   
 ในเมื่อเราเข้าใจเหตุการณ์ในอดีตของแถบตะวันออกกลาง  ความโกรธแค้นของชาวมุสลิมย่อมเป็นปฏิกิริยาที่ธรรมดาของมนุษย์    ผู้ที่มองการยาว  ย่อมจะเป็นชัยชนะต่ออิรัคครั้งนี้ว่าเป็นข่าวร้ายไม่ใช่ข่าวดี  และยามที่เมืองแบกแดดแตก  คนที่มีสติและเข้าใจสถานการณ์จะไม่มีการฉลองชัยชนะครั้งนี้.......ครับผม

[ยืนยง - - 24 ม.ย. 2546 12:53 ]

 

ความคิดเห็นที่ 37 [ 209.178.142.246 ]
แก้คำผิด  
 "ผู้มองการยาว  ย่อมจะเห็นชัยชนะต่ออิรัคว่าเป็นข่าวร้ายไม่ใช่ข่าวดี"  .....

[ - - 24 ม.ย. 2546 12:58 ]

 

ความคิดเห็นที่ 38 [ 203.146.113.163 ]
โกรธ  คือ  โง่  โมโห  คือ  บ้า....ใครโกรธใคร  เกลียด  ใคร.....ก็  แปลว่า  โง่  ทั้งนั้น...จมอยู่กับ  กิเลส  แห่งตน...ยากที่จะพ้นน้ำ...ตราบใดที่ร่างกายมนุษย์  ยังต้องการ  อ๊อกซิเจน  และอาหาร  หรือ  ปัจจัย  แปด  ...มนุษย์ก็จะเวียนว่าย  อยู่ในวังวนแบบนี้  ไม่รู้จบ....  อาหรับ  เกลียด  เมกา  หรือ  เมกา  เอาเปรียบ  อาหรับ....จนถึงขั้นทำลายล้าง...เขลาทั้งสิ้น...แต่รู้ไหม???  นี่คือ  ธรรมชาติ  ทีถูกกำหนดไว้แล้วโดยธรรมชาติ....อย่ากังวลหรือสงสัยเลย...สรรพสิ่งย่อมดำเนินไป....  เมื่อ  เรา  ออกไปยืนเล่นที่นอกจักวาล  จะเห็นว่า.....มนุษย์เป็นแค่  ธุลี???  ดังนั้น  ธรรมชาติ  จะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด...ทำใจให้สบายเหอะ....กลับมาถามตัวเองดูสิ!!!  ทำไมเรามีปัญญาความคิด??ทำไมเรามีความรัก??ทำไมเรามีคำถาม??ทำไมเรามีความโง่  ทำไมเรามี  ความฉลาด  ทำไมเรามี..  ฯลฯ....นั่นแหละ  ธรรมชาติสร้างมา....และมันคือ  ปฐมเหตุทั้งปวง  ที่  ทำให้เกิด  เป็นเรื่องเป็นราว  ของทุกสิ่ง  ไง......เข้าใจยัง??..งง  อีก??......พูดไปตัวเองก็  งง  เอง????...ไปเดินเล่นนอก  จักรวาลดีก่า....ชะแว้ปปปป...

[Pink  axe - - 24 ม.ย. 2546 16:10 ]

 

ความคิดเห็นที่ 39 [ 202.129.51.246 ]
ผมคิดว่าคุณ  lamai  ยังไม่ได้ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับมุสลิมทางภาคใต้มากนัก  ความเป็นจริงแล้ว  จากเหตุการณ์ที่มุสลิมที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนเมื่อหลายสิบปีก่อนนั้น  มันเกิดจากความคับแค้นใจของชาวมุสลิมที่นั่นเองครับ  ความจริงก็คือ  หน่วยงานราชการเองนั้นแหละครับที่ไม่เข้าใจวัฒนธรรมของชาวมุสลิมที่นั่น  คุณจะต้องเข้าใจก่อนว่า  ประวัติศาสตร์นั้น  ทางภาคใต้เป็นรัฐปาตานี  หรือ  อาณาจักรลังกาสุกะ  ซึ่งมีความแตกต่างทั้งเชื้อชาติ  ศาสนา  และวัฒนธรรมจากชาวสยามเป็นอย่างมาก  การใช้ระบบการปกครองและวิถีชีวิตแบบไทยมาปกครองชาวมุสลิมทางภาคใต้นั้น  บางครั้งต้องดูว่าไปกระทบกับศาสนาของเขาหรือเปล่า  อย่างกรณีง่ายๆ  ที่ผมพอจะรู้ก็คือ  การศึกษา  ผู้หญิงมุสลิมต้องแต่งตัวตามหลักศาสนาคือนำผ้ามาคลุมหัว  แต่ทางกระทรวงศึกษาไม่อนุญาติให้นักศึกษามุสลิมคลุมหัวไปเรียน  และต้องแต่งตัวตามแบบฟอร์มของสถาบัน  และนั่นคือปัญหาเพราะมุสลิมถือว่า  ขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม  และผู้ปกครองจึงไม่นิยมส่งบุตรหลานตนเองไปเรียนโรงเรียนของรัฐ    นั่นคือปัญหาเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น  ยังไม่รวมกับการถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ของรัฐอีกนานาประการ  ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชื่อที่ตนเองใช้ในบัตรประชาชน  การกีดกันสิทธิต่างๆ  ขั้นพื้นฐานที่ประชาชนพึงได้รับจากหน่วยงานรัฐบาล  การเข้ารักษาพยาบาลจากโรงพยาบาล  การห้ามพูดภาษาท้องถิ่น  การจดทะเบียนสมรส  การรับราชการของมุสลิม  การถูกปฏิบัติเหมือนไม่ใช่ประชาชนชาวไทย  นั่นล่ะครับ  คือปัญหาที่แท้จริงที่พวกเขาต้องการแยกดินแดนเพื่อปกครองตนเอง  เพื่อเรียกร้องความชอบธรรมที่ถูกรัฐบาลไทยละเลย  ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ประท้วงเพื่อแบ่งแยกดินแดนคราวนั้น  รัฐบาลไทยก็เริ่มตระหนัก  ว่าการปกครองที่ผ่านมานั้นล้มเหลว  เจ้าหน้าที่รัฐที่ไปปฏิบัติงานในแถบพื้นที่ภาคใต้ล้วนแต่ติดนิสัยเจ้าขุนมูลนาย  เลือกปฏิบัติ  ไม่เข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวมุสลิม  จึงเริ่มมีโครงการต่างๆ  มากมาย  เช่นโครงการความหวังใหม่  เพื่อสนองต่อชาวมุสลิมภาคใต้  เพื่อให้ชาวมุสลิมเห็นความจริงใจในการให้สิทธิและความเ  ท่าเทียมกันในประชาชนชาวไทย  นักศึกษาหญิงเริ่มคลุมหัวได้  พยาบาลเริ่มมีการคลุมหัวได้  มีหลักสูตรให้เจ้าหน้าที่รัฐเรียนภาษาท้องถิ่น  มุสลิมเริ่มได้รับราชการเป็นทหาร  ตำรวจ  เริ่มมีรัฐมนตรีและผู้ช่วยรัฐมนตรีชาวมุสลิม  ซึ่งการกระทำของรัฐบาลเหล่านี้ก็สร้างความปลื้มปิติยินดีแก่ชาวมุสลิมทางภาคใต้เป็นอย่างมาก  และปัจจุบันก็หมดไปแล้วครับ  เรื่องแบ่งแยกดินแดน  ที่ผ่านมาก่อการร้ายต่างๆ  ก็เรื่องการเมืองทั้งนั้นหล่ะครับ  มีใครจะก่อการร้ายในบ้านตนเอง  ญาติพี่น้องตนเองทั้งนั้นหล่ะครับที่สัญจรไปมาแล้วโดนระเบิด  เอาง่ายๆ  เรามาดูการก่อการร้ายของชาวปาเลสไตน์ครับ  คุณคิดว่าเขาจะก่อการร้ายที่ไหนถ้าไม่ใช่อิสราเอล  เหมือนกันครับ  คุณคิดว่ามุสลิมภาคใต้จะก่อการร้ายที่ไหนถ้าต้องการแยกดินแดน  เพราะที่ผ่านมาการก่อการร้ายก็ระเบิดแถวปัตตานี  ยะลา  นราธิวาส  และสงขลา  ใส่พวกพี่น้องมุสลิมกันเองทั้งนั้นหล่ะครับ  และชาวมุสลิมภาคใต้ก็รักในหลวงเป็นอย่างยิ่งครับ  เพราะพระองค์ท่านทรงเป็นห่างเป็นใยต่อพสกนิการทางภาคใต้เป็นอย่างยิ่ง  ในจังหวัดนราธิวาสเองก็มีพระราชวังแห่งหนึ่ง  ซึ่งพระองค์มักจะเสด็จมาประทับทุกปี  ที่ผมพยายามอธิบายอยู่นี้  ผมไม่อยากให้เมืองไทยต้องมาขัดแย้งกันเองเพราะความรู้ไม่จริงของคุณละไมเท่านั้นล่ะครับ  และคุณกล่าวว่าพวกอิสลามเห็นแก่ตัว  ผมอ่านแล้วส่ายหน้าเลยครับ  คุณเหมารวมหมดเลย  คนดีไม่ดีมีทุกศาสนาครับ  อย่าเหมารวมอย่างนั้น  

[คนตาไม่บอด - - 24 ม.ย. 2546 22:33 ]

 

ความคิดเห็นที่ 40 [ 203.107.205.26 ]
ขอบคุณครับ  คนตาไม่บอด

[lamai98 - - 25 ม.ย. 2546 06:53 ]

 

ความคิดเห็นที่ 41 [ 4.62.252.93 ]
สวัสดีครับ  คุณ  Supornsri,    U.S.A.  คุณกุลธิดา  คุณBatman    คุณคนแก่ไม่เก่า  คุณmahnui  คุณธนะชัย  คุณเสียง    คุณยืนยง  คุณคนตาไม่บอด    คุณหมู  คุณจัสมิน  คุณlamai98    คุณPink    axe    
 ขอบคุณจริงๆครับสำหรับข้อเขียนของแต่ละท่าน  ยอดเยี่ยมมากครับผมเก็บเข้าคลังส่วนตัวแน่นอน  เอาไว้รวมให้ได้มากกว่านี้อีกจะบอก  url  ทีหลังนะครับ  เพื่อใช้อ้างอิงในการออกความเห็นและกรณีศึกษาต่อไป.....  
   
 
ตั้งแต่เมื่อวานผมจะยุ่งมากๆๆๆ    7  วันเต็มไม่มีว่างเลยครับช่วงนี้    อาจไม่ได้เข้าตอบแต่จะพยายามเข้ามาอ่าน  ถ้าบอร์ดยังเข้าง่ายแบบนี้ครับ  
 อ้อ  ความคิดเห็นที่  28    คุณ  คนตาไม่บอด  ใช่น้าอวบรึป่าวครับ  เข้ามาคุยบ่อยๆนะครับ  ที่นี่จะมีนักวิชาการ  นักธุรกิจ  นัก  นสพ.  และผู้มากด้วยความรู้และประสบการณ์เข้ามาเสมอๆ  ....ต้องไปแล้วหล่ะครับ  แล้วพบกันใหม่ครับ

[จามร - - 25 ม.ย. 2546 11:01 ]

 

ความคิดเห็นที่ 42 [ 202.156.2.59 ]
Have  a  nice  days    จ้า    น้อง  จามร

[mahnui - - 25 ม.ย. 2546 16:22 ]

 

ความคิดเห็นที่ 43 [ 212.181.185.231 ]
คุณกลุธิดา  คุณอ่านหนังสือมามาก  แต่คุณเคยไปประเทศอาหรับบ้างไหม    หรือมีเพื่อนเป็นมุสลิมบ้างไหมอย่าวิเคราะห์เรื่องต่างๆ  จากการอ่านเพียงอย่างเดียว    
 ต้องลองสัผัสด้วยตัวเอง  และคนในโลกนี้ไม่จำเป็นต้องคิดต้องทำแบบ  American  

[ฟัน - - 29 ม.ย. 2546 02:22 ]

 

ความคิดเห็นที่ 44 [ 203.107.210.189 ]
"Bad    Muslims    are    hateful,    they    can    kill    any    body    specially    innocent    people.    They    are    coward,    revengeful    and    stupid.    They    like    to    bombing    places    and    burning    schools    as    we    can    see    time    to    time    in    south    of    Thailand.    How    many    innocent    people    were    killed    by    the    Muslims    on    September    11.    "    
   
 การฆ่าสองตำรวจอย่างป่าเถื่อน  ปล้นปืนที่ยะลา  นราธิวาส  มันบอกถึงมุสลิมเลว  พวกมันต้องการแบ่งแยกดินแดน  ความเห็นแก่หมู่เหล่า  เห็นแก่ตัว  ถ้าท่านนายกทำอะไรเห็นแก่พวกมุสลิมเกินไป  มันจะไม่มีวันสงบ    
 ขอคัดลอกข้อเขียน  ของ  เซียงเส้าหลง  จาก  ผู้จัดการมาให้ดูสำหรับคนที่ไม่ได้อ่าน  ผมอ่านแล้วมันเป็นอุดมการณ์ของพวกแบ่งแยกดินแดน  ที่ยังมีความคิดอย่างนี้อยู่    
   
 ข้อเรียกร้อง  7  ประการ  ที่  หะยีสุหลง  ยื่นต่อรัฐบาลไทยเมื่อ  วันที่  3  เมษายน  2490  สักเล็กน้อย  
   
 ••  ประการที่  1  :  ขอให้แต่งตั้งบุคคลคนหนึ่งซึ่งมีอำนาจเต็มมาปกครองใน  4  จังหวัด  คือ  จังหวัดปัตตานี  ยะลา  นราธิวาส  และสตูล  ให้มีอำนาจที่จะปลด  ระงับ  หรือโยกย้ายข้าราชการได้  บุคคลผู้นี้จักต้องถือกำเนิดในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งของ  4  จังหวัด  และจักต้องได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชนใน  4  จังหวัดนั้น  
   
 ••  ประการที่  2  :  ข้าราชการใน  4  จังหวัดจักต้องเป็นมุสลิมจำนวน  80  %  
   
 ••  ประการที่  3  :  ให้ใช้ภาษามลายูและภาษาไทยเป็นภาษาราชการของ  4  จังหวัด  
   
 ••  ประการที่  4  :  ให้ภาษามลายูเป็นภาษากลางของการสอนในโรงเรียนชั้นประถมศึกษา  
   
 ••  ประการทื่  5  :  ให้ใช้กฎหมายมุสลิมในศาลศาสนา  แยกออกไปจากศาลจังหวัดซึ่งเคยมีผู้พิพากษามุสลิม  (KATH)  นั่งพิจารณาร่วมด้วย  
   
 ••  ประการที่  6  :  ภาษีเงินได้และภาษีทั้งปวงที่เก็บจากประชาชนใน  4  จังหวัดจักต้องใช้จ่ายเฉพาะใน  4  จังหวัดนั้น  
   
 ••  ประการที่  7  :  ให้จัดตั้งคณะกรรมการมุสลิมมีอำนาจเต็มในการดำเนินการเกี่ยวกับคนมุสลิมทุกเรื่อง  โดยให้อยู่ในอำนาจสูงสุดของผู้นำตามประการ  1  
   
 ทหารที่ให้พวกนี้ปล้นไปได้  ผมหมดความไว้วางใจทหารไปอีกเยอะ  ทหารที่ใต้มีตั้งหลายหน่วย  แต่ไม่รู้ทำอะไร  อยู่เพื่อกินเงินเดือนไปวันๆ  พอนักข่าวถามก็บอกว่าเป็นโจรธรรมดา  ไม่เคยฟันธงไปว่าพวกนี้คือพวกอิสลามที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน  เกรงใจอะไรพวกมันนักหนา  เห็นไหมอิรักทำท่าทางเหมือนน่ากลัว  แต่พอเมกาเข้าไปอิรัก  ไม่มีน้ำยามีแต่ราคาคุย  เราก็ไม่ต้องไปเกรงใจพวกมัน  

[lamai98 - - 29 ม.ย. 2546 07:21 ]

 

ความคิดเห็นที่ 45 [ 4.62.248.117 ]
...มีของแถมด้วยสวัสดีครับคุณฟัน  -  ขอบคุณคุณละมัยครับ  
 สุดท้ายขอบคุณพี่นุ้ยมากจ้าาาา  เช่นกันครับ  สักวันคงได้ไปทำบุญด้วยกันนะครับ.....  
 

[จามร - - 29 ม.ย. 2546 23:21 ]

หน้า 1

 

Copyright © 2003 Rimping Foundation