เรียงความจากเด็กนักเรียน

ปี 2545    ปี 2546  ปี 2547
รร.ชัยภูมิภักดีชุมพล รร.ชัยภูมิภักดีชุมพล รร หนองทะเลวิทยา
รร.บ้านจาน รร.ตราษตระการคุณ รร.ชัยภูมิภักดีชุมพล
  รร.ท่าวุ้งวิทยาคาร รร.ตราษตระการคุณ
  รร.บ้านจาน รร.ท่าวุ้งวิทยาคาร
  รร.บ้านตาขุนวิทยา รร.บ้านจาน
  รร.บ้านนาสาร รร.บ้านตาขุนวิทยา
  รร.สอยดาววิทยา รร.บ้านนาสาร
  รร.สันกำแพง รร.สอยดาววิทยา
  ศูนย์กลางเทวา รร.สันกำแพง
    ศูนย์กลางเทวา

   

โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล


1. ด.ญ. เสาวลักษณ์ ดิเรกศิลป์ ม.1/1
2. ด.ญ. ลัดดาวรรณ วงษ์รัตน์ ม.1/1
3. ด.ช. ธรรมนูญ บำรุงโรจน์ ม.1/1


ท้องถิ่นของข้าพเจ้า
โดย ด.ช.ธรรมนูญ บำรุงโรจน์ ม.1/1

กระผมเด็กชายธรรมนูญ บำรุงโรจน์ อายุ 13 ปีอยู่ชั้น ม.1/7 ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 709 ถ.บ้านทานตะวัน ซอย3 ต.ในเมือง จ.ชัยภูมิ บิดาชื่อนายมานพ บำรุงโรจน์ ไม่มี อาชีพ ขณะนี้พ่อของกระผมติดคุก เนื่องจากถูกจับข้อหา ยาเสพติด และมารดา ชื่อนาง วัลภา บำรุงโรจน์ มีอาชีพค้าขาย มีพี่น้องจำนวน 5 คน กระผมเป็นคนที่ 3

ขณะนี้แม่ผมลำบากมากครับ เพราะต้องเลี้ยงดูลูกคนเดียว และกำลังเรียนหนังสือ 4คน และยังไม่เรียนอีก 1 คนท้องถิ่นของข้าพเจ้า เป็นชุมชนเรียกว่าบ้านทานตะวัน และ บ้านตากแดด บ้านของกระผมจะเป็นจุดรถโดยสาร จะมาจอด คนเยอะมาก และมีพ่อ ค้าแม่ค้ามาก และทำให้แม่ของกระผมขายของไม่ดีนัก

ท้องถิ่นของกระผมจะเป็นชุมชนในเมือง มีอาชีพมากมาย เช่นขายกล้วยแขก ขายลูก ชิ้นทอด อาหารตามสั่ง ขายผลไม้ ขายน้ำ ขายก๋วยเตี๋ยว และชาวบ้านแต่ละคนมีนิสัยดี โอบอ้อมอารีย์ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เช่นประเพณี ลอยกระทง ชาวบ้านหรือชุมนุม จะมีผู้นำชุมนุม ประชาสัมพันธ์ และชุมชนก็จะช่วยกันทำกระทงกัน และนำกระทง ไปลอยที่สระน้ำบริเวณเทศบาลเมืองชัยภูมิ ซึ่งเทศบาลจัดประเพณี ลอยกระทงใหญ่ โตมาก และกระผมก็ไปร่วม กิจกรรมลอยกระทงทุกปี

อนาคตของกระผม ผมยังมิได้คิดว่าอยากจะเป็นอะไร แต่ว่ากระผมจะตั้งใจเรียนและ เป็นเด็กดีของพ่อแม่ครับ


เรื่องท้องถิ่นของฉัน
โดย ด.ญ. เสาวลักษณ์ ดิเรกศิลป์ ชั้น ม.1/1 เลขที่ 51

ดิฉัน ด.ญ.เสาวลักษณ์ ดิเรกศิลป์ ชั้น ม.1/1 ร.ร.ชัยภูมิภักดีชุมพล ครอบครัวของฉันมีทั้งหมด 4 คน ดังนี้
1. พ่อ นายอุดม ดิเรกศิลป์ อายุ 33 ปี
2. แม่ นางสุพรทิพย์ ดิเรกศิลป์ อายุ 30 ปี
3. ด.ญ.เสาวลักษณ์ ดิเรกศิลป์ อายุ 12ปี (ตัวฉันเอง)
4. ด.ช.สรศักดิ์ ดิเรกศิลป์ อายุ 10 ปี (น้องของฉัน)

พ่อแม่ของฉันมีอาชีพทำไร่อ้อย อยู่ที่บ้านหว้าเฒ่า ได้เงินเดือนประมาณ 10,000 บาท ค่ามาโรงเรียนของดิฉัน อาทิตย์ละ 250 บาท 1เดือน 1000บาท น้องได้วันละ 10 บาท เดือนละ 300บาท รวมกัน 1300 บาท บางครั้ง ดิฉันอาจจะได้ค่าเรียนพิเศษ เหตุผลที่ดิฉันขอรับทุนก็เพราะเหตุผลนี้

หมู่บ้านของดิฉันเป็นหมู่บ้านที่ร่มรื่น มีความสามัคคี เข้มแข็ง ที่หมู่บ้านของฉัน ส่วน ใหญ่จะมีอาชีพทำไร่ทำนา ในแต่ละครอบครัวก็ไม่ค่อยมั่งมีเท่าไร พอๆกัน ถ้าคน ไหนไม่ทำไร่ทำนา ก็ปลูกผักขายในหมู่บ้าน หรือฝากรถขาย กับข้าวไปขาย ส่วน วัฒนธรรม ส่วนมากนับถือวัฒนธรรมไทย เช่นวันสงกรานต์ ชาวบ้านก็จะออกไปวัด ไปก่อเจดีย ์ทราย สงฆ์พระ เล่นสาดน้ำหรือการละเล่นแบบไทยๆ ก่อนหน้านี้หมู่บ้าน และโรงเรียนได้เป็นตัวแทนของตำบล เข้า ประกวดหมู่บ้านและ โรงเรียนปลอดลูก น้ำละยุงลายระดับโซน และได้ที่ 1 ระดับโซน เข้าประกวดระดับจังหวัด และได้ที่ 1 ระดับจังหวัด ได้รับโล่และเงินรางวัล ชาวบ้านได้มาประชุมกันที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ได้ ตกลงกันว่า จะนำเงินที่ได้มา จะนำไปพัฒนาหมู่บ้านและโรงเรียนให้เจริญยิ่งๆขึ้น


สภาพท้องถิ่นและประวัติของฉัน
โดย ด.ญ.ลัดดาวรรณ วงษ์รัตน์ ม.1/1 เลขที่ 47


หมู่บ้านของฉันชื่อว่าบ้านหัวนา ในขณะนี้หมู่บ้านของฉันกำลังจะไถนา และหว่านข้าว กัน บางครอบครัว ก็อาจจะ ไถและหว่านข้าวแล้ว เช่นครอบครัวของฉัน หมู่บ้านของ ฉันชอบทอผ้ารับจ้าง ถึงแม้ชุมชนฉันจะเป็นชุมชนที่เล็ก แต่ยามมีงาน หมู่บ้านของ ฉันก็ร่วมมือกันดี อย่างเช่นงานวัด คนตาย การพัฒนาหมู่บ้าน

ฉันอยากมีเงินเรียนหนังสือ แม่เคยบอกฉันว่าไม่รู้จะส่งลูกเรียนได้ถึงไหน เพราะพ่อ และแม่บอกเราว่าไม่มีเงิน แต่ พ่อและแม่ไม่เคยท้อ แม่ฉันก็ไปทำงานตั้งแต่เช้า ส่วน พ่อของฉันก็ไปรับจ้างฉีดยา ฉันเป็นห่วงพ่อและแม่ฉันมาก ฉันเป็นห่วงพ่อตรงที่ กลัวว่าพ่อแพ้ยาเพราะฉันกลัวว่าถ้าพ่อเป็นอะไรไป แล้วฉัน แม่และน้องจะอญู่ยังไง

ฉันเคยบอกพ่อแม่ว่า ถึงเราไม่มีเงินแต่เราก็อยู่ได้จนถึงวันนี้ หนูจะตั้งใจเรียน ให้สม กับที่พ่อและแม่หาเงินมาให้ หนูเรียนหนังสือ หนูอยากได้เงินเรียนหนังสือมาก ตอน นี้หนูยังเด็ก ไม่รู้จะช่วยพ่อแม่หาเงินยังไง หนูก็ได้แต่ตั้ง ใจเรียน ถ้าวันไหนที่หนูก ลับบ้านค่ำประมาณ 5โมงเย็น พ่อแม่ก็จะถามหนูว่า วันนี้ทำไมกลับบ้านค่ำจัง หนูเลย บอกพ่อแม่ว่า เขามารับช้า หนูไม่เคยหนีเที่ยวหรือโดดเรียนเลย เพราะหนูกลัวพ่อแม่ เสียใจ แม่บอกหนูว่า ถ้าอยาก เรียนชั้นสูงๆก็ต้องตั้งใจเรียนและประหยัดเงินช่วยกัน ครอบครัวของหนูมีคี่ 100บาทเพราะตอนนั้น กำลังเอา หนูเข้าโรงเรียนชัยภูมิภักดี ชุมพล พอหนยูเข้าได้แล้ว พ่อแม่ดีใจมากที่หนูได้เข้าโรงเรียน วันนั้นที่มาซื้อหนังสือ แม่มีเงินแค่ 3000 บาท จ่ายค่าหลายอย่าง แม่กลัวว่าเงินจะไม่พอ ก็ไม่ได้ซื้ออะไรกิน เลย เหลือเงินกลับบ้านมา 100 บาท พอมาถึงบ้านแม่ อย่าทำให้แม่ผิดหวัง วันนี้หนู ได้คิดว่า ความรู้เท่านั้นที่จะช่วยเราได้ แต่ว่าหนูไม่รู้เลยว่า ถ้า หนูขึ้น ม.2 หนูจะหา เงินจากไหนมาเรียนหนังสือ ยามหนูไปโรงเรียนหนูไม่กล้าซื้ออะไรกินเลยนอกจากข้าว

ก่อนที่หนูจะเข้า ม.1 หนูเคยร้องไห้เพราะหนูกลัวหนูไม่ได้เรียนหนังสือเหมือนคนอื่น เขา หนูต้องช่วยพ่อแม่ ทำงานบ้านเช่นช่วยหุงข้าว ช่วยกวาดบ้านถูบ้าน หนูต้องตื่น แต่เช้าหนูว่าจะหุงข้าวตอนเช้า แต่แม่ไม่ให้หนูทำ เพราะกลัวหนูไม่ทันรถ ดังนั้น หนูจึงอยากให้คุณช่วยเรื่องการศึกษา ค่าอาหารกลางวัน ค่าหนังสือ เพราะตอนอยู่ ประถม หนูเคยขอให้เขาช่วยหลายครั้งแต่ก็ไม่เห็นมีอะไรเลย จนถึงวันแม่ อบต. และ พระท่านให้ทุนการศึกษาแก่ เด็กยากไร้ ฉันก็ไม่ได้ แต่กลับให้คนที่มีเงิน แต่ฉันก็ ไม่เสียใจเพราะเราควรดีใจกับเขามากกว่าอิจฉาเขา หนูหวังว่าหนูคงจะไม่ผิดหวัง



 

 


อ่านต่อ  หน้า 2

Copyright © 2003 Rimping Foundation