|
โรงเรียนบ้านจาน
เรื่อง ครอบครัวของฉัน
โดย น.ส.เบญจวรรณ ไกรษี ชั้น ม.3 รร.บ้านจาน
คนเราเกิดมาทุกคนนั้นย่อมมีครอบครัวกันหมดแทบทุกคน เพราะยังไม่มีครอบครัว
เราคงไม่มีโอกาสลืมตาดูโลกจนถึงทุกวันนี้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ว่า ในแต่ละครอบครัวจะมีความอบอุ่นแค่ไหน
ข้าพเจ้าชื่อนางสาวเบญจวรรณ ไกรษี อายุ 13ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมปีที่
3 ที่โรงเรียนบ้านจาน ข้าพเจ้าจะอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 182 หมู่11 บ้านจาน
ต.จาน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ บิดาชื่อนายอำนวย ไกรษี มารดาชื่อนางทิพย์สุดา
วันนา ตอนนี้บิดาและมารดา ได้หย่าร้างกันนาน แล้ว ซึ่งข้าพเจ้าอาศัยอยู่กับมารดาและยาย
มารดาของข้าพเจ้าประกอบอาชีพทำนา และบิดาของข้าพเจ้าก็ประกอบอาชีพทำนาเช่นกัน
มารดา ของข้าพเจ้าได้รับภาระหนักมาก เพราะต้องส่งข้าพเจ้าและน้องอีก 2
คนเรียนหนังสือ ซึ่งไม่มีอาชีพเสริมเลย นอกจากว่าจะเป็นฤดูทำนา มารดาของข้าพเจ้าก็จะรับจ้างทำนา
ซึ่งมีค่าตอบแทนไม่มากนัก มารดาของข้าพเจ้าได้ทำการกู้ยืมเงินจากธนาคารเป็นจำนวนเงิน
50,000 บาทเพื่อใช้เป็นทุนในการทำนา และแบ่งเก็บไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อเป็นทุนการศึกษาสำหรับข้าพเจ้า
และต้องทำงานหนักกว่าเดิม เพื่อนำมาใช้หนี้ที่ กู้ยืมไว้ ข้าพเจ้าจึงอยากจะเรียนให้สูงๆเพื่อที่จะได้แบ่งเบาภาระของครอบครัว
ไม่อยากเห็นครอบครัวมีสภาพเช่นนี้ ในอนาคตข้าพเจ้ามีความ ใฝ่ฝันอยากจะเป็นหมอ
เพราะข้าพเจ้าชอบดูแลผู้ป่วย ทุกวันนี้ข้าพเจ้าจึงตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเป็นอย่างมาก
เพื่อจะทำอนาคตในวันข้างหน้า ให้สำเร็จ ถ้าข้าพเจ้าทำอนาคตในวันข้างหน้าสำเร็จจริงๆได้
ทั้งมารดาและคนอื่นๆในครอบครัวคงภูมิใจในตัวของฉันมาก
ทุกคนสามารถมีอนาคตที่ดีได้ถ้าเรามีความพยายามที่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ
ไม่มีใครจะมากำหนดชะตาชีวิตเราได้ ขึ้นอยู่กับตัวเรามากกว่า ว่าเราจะกระทำตนให้ดีแค่ไหนถ้าเราตั้งใจทำอะไรก็ตามก็ย่อมจะประสบความสำเร็จได้ทุกเมื่อ
ฉะนั้นเราควรตั้งใจเรียนเพื่อเป็นรากฐานใน การก้าวไปสู่ความสำเร็จในวันข้างหน้า
เรื่อง ครอบครัวของข้าพเจ้า
โดย นางสาว วารุณี ไกรษี ชั้น ม.3 รร.บ้านจาน
ครอบครัวเป็นจุดศูนย์กลางของการอาศัยอยู่ร่วมกัน ซึ่งประกอบไปด้วยบุคคลตั้งแต่
2 คนขึ้นไป ครอบครัวของข้าพเจ้าเองก็เช่นกัน ครอบครัว ของข้าพเจ้ามีสมาชิกทั้งหมด
3 คน
ข้าพเจ้าชื่อนางสาววารุณี ไกรษี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 3 ที่โรงเรียนบ้านจาน
ข้าพเจ้าจะอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่1 บ้านจาน ต.จาน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ
ขณะนี้อายุ 14 ปี 8 เดือน เกิดเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2531 บิดดาชื่อนายสมปอง
ไกรษี มารดาชื่อนางลัดดา ภูมาลัย บิดาและมารดาของข้าพเจ้าหย่าร้างกัน ข้าพเจ้าจึงอาศัยอยู่กับบิดา
และญาติๆ
พี่ชายและพี่สาวของข้าพเจ้าไปทำงานที่กรุงเทพเพื่อส่งเสียข้าพเจ้าเรียนหนังสือ
ครอบครัวของข้าพเจ้ามีอาชีพหลักคือการทำนา โดยใช้ กระบือเป็นเครื่องทุ่นแรง
เวลาว่างจากการทำนา ปู่ของข้าพเจ้าก็จะรับจ้างตักน้ำโดยใช้รถเข็นเป็นพาหนะ
ครอบครัวของข้าพเจ้าได้กู้เงิน สหกรณ์มาเป็นจำนวนเงิน 60,000 บาท เพื่อนำเงินนั้นมาสร้างบ้าน
เนื่องจากบ้านหลังเก่าผุพังมากแล้ว ในอนาคตข้าพเจ้าจึงอยากมีอนาคตที่ดี
ดังนั้นข้าพเจ้าจึงอยากจะเป็นครูหรือจิตรกร เพราะจะได้พยุงฐานะให้ดีขึ้น
ข้าพเจ้าจึงอยากจะสร้างฝันนั้นให้เป็นจริงให้ได้ เพราะข้าพเจ้ามีพ่อและพี่เป็นกำลังใจให้ข้าพเจ้าเสมอ
ถึงแม้ว่าครอบครัวของข้าพเจ้าจะ ไม่สมบูรณ์แบบเหมือนครอบครัวคนอื่น แต่ข้าพเจ้าก็จะไม่เอาจุดด้อยตรงนี้มาเป็นอุปสรรคในการสร้างอนาคตที่ดีของข้าพเจ้า
เรื่อง ครอบครัวของฉัน
โดย นางสาว มาริสา สุขศรี ชั้น ม.3 รร.บ้านจาน
สถาบันครอบครัวเป็นสถาบันที่มีบทบาทสำคัญ เพราะเป็นสถาบันที่คอยให้ความรัก
ความอบอุ่น แต่ในสังคมปัจจุบันนี้หาได้ยาก เพราะคน ทุกคนจะหาเงินมาจุนเจือครอบครัวจึงลืมหน้าที่ทางครอบครัวที่จะรับผิดชอบ
ซึ่งทำให้ครอบครัวขาดความรักความอบอุ่น
ข้าพเจ้าชื่อนางสาวมาริสา สุขศรี อายุ 15 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.3 มีสมาชิกในครอบครัวทั้งหมด
4 คน คุณแม่ชื่อนางมี สุขศรี อายุ 45 ปี พี่ชายชื่อนายวีระศักดิ์ สุขศรี
อายุ 19 ปี น้องสาวชื่อ ด.ญ.กรรณิกา สุขศรี อายุ 14 ปี ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ชั้น
ม.2 ครอบครัวของข้าพเจ้า มีอาชีพทำนา มีฐานะยากจน คุณพ่อกับคุณแม่ของข้าพเจ้าได้แยกทางกัน
คุณพ่อไปมีภรรยาใหม่ อีกอย่างคุณแม่ของข้าพเจ้าก็ติดหนี้สหกรณ์ เพราะท่านได้นำเงินมาซื้อที่นาไว้เพื่อทำกิน
ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงอยากเรียนต่อ ให้ถึงขั้นปริญญาตรี ข้าพเจ้าอยากหาเงินช่วยคุณแม่
หาเงินมา จุนเจือครอบครัวของข้าพเจ้ามีฐานะดีมากกว่านี้ ข้าพเจ้าอยากทำให้ท่านภูมิใจ
ในตัวของข้าพเจ้าบ้าง ข้าพเจ้าอยากให้ท่านรู้ว่า ถึงลูกของ ท่านคนนี้จะไม่มีคุณพ่อเกมือนคนอื่นๆ
แต่ข้าพเจ้าดีได้ก็เพราะท่านที่คอยอบรมบ่มนิสัย คอยให้ความรักความอบอุ่น
ทั้งๆที่ข้าพเจ้าไม่มี คุณพ่อคอยให้ความรักความอบอุ่น ความสำเร็จของข้พเจ้าคือความสำเร็จของคุณแม่
ข้พเจ้ามีแบบอย่างที่ดีคือคุณลุงของข้าพเจ้า ท่านได้เรียน หนังสือจนจบ
ท่านมีหน้าที่การงานที่ดีทำ มีครอบครัวที่อบอุ่น มีความรักความเข้าใจให้กับลูกๆของท่านทุกคน
และท่านก็คอยพร่ำสอน ข้าพเจ้าเสมอว่า ให้ข้าพเจ้าตั้งใจเรียนหนังสือ ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก
ถ้าเราไม่ดิ้นรนต่อสู้ อดทนต่ออุปสรรคที่กีดขวางความฝัน ของเราก็จะไม่เป็นจริง
ท่านคอยหยิบยื่นสิ่งที่ข้าพเจ้าขาดหายไปมาต่อเติมให้ข้าพเจ้าอยู่ ไม่มีพ่อท่านคอยเป็นพ่อให้
คอยให้คำปรึกษาทุกเรื่อง คอยบอกคอยสอนให้เป็นคนดีของสังคม
ข้าพเจ้าอยากเรียนต่อให้ถึงขั้นปริญญาตรี ถึงจะมีอุปสรรคมากมาย ข้าพเจ้าก็จะฟันฝ่าดิ้นรนต่อสู้
ถึงข้าพเจ้าจะไม่มีทุนเรียนต่อข้าพเจ้า ก็จะทำงานด้วยเรียนไปด้วยข้าพเจ้าก็จะยอมทำทุกอย่างให้ข้าพเจ้าเรียนจบ
ความฝันของข้าพเจ้าจะเป็นจริงได้ก็เพราะกำลังใจจากทุกคน คอยเป็นแรงผลักดันให้ข้าพเจ้าได้พบจุดหมายอันแม้จริงที่ข้าพเจ้าต้องการ
ความฝันอยู่ไม่ไกลถ้าคนเราตั้งใจจะไขว่คว้า
เรื่อง ครอบครัวของข้าพเจ้า
โดย นางสาว อาริตา นิสัยกล้า ชั้น ม.3 รร.บ้านจาน
ข้าพเจ้าชื่อ นางสาว อาริตา นิสัยกล้า กำลังศึกษาอบยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนบ้านจาน
ต.จาน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ข้าพเจ้าอายุ 14 ปี เกิดวันที่ 4 สิงหาคม
พ.ศ.2531 เป็นบุตรของนายอารมณ์ นิสัยกล้า และนางวาสนา นิสัยกล้า
ครอบครัวของข้าพเจ้ามีสมาชิกอยู่ 4 คน คือ มีคุณตา ซึ่งท่านก็อายุมากแล้ว
มีบิดา มารดา และตัวข้าพเจ้า บิดามารดาของข้าพเจ้ามีอาชีพ ทำนา ทำนาแต่ละปีก็มีแต่ขาดทุน
เพราะราคาข้าวไม่ค่อยดี ทำให้บิดามารดาข้าพเจ้ามีหนี้สินเพิ่มขึ้น เพราะต้องกู้เงินจากธนาคาร
ธกส. มาลงทุนในการทำเกษตร 2หมื่นบาทเศษ และทุกวันนี้ก็ใช้หนี้ยังไม่หมด
บิดามารดาของข้าพเจ้ามีบุตรเพียงคนเดียวคือตัวข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าอยากศึกษาต่อจนจบปริญญาตรี
จบออกมาแล้วข้าพเจ้าอยากรับราชการครู เพราะข้าพเจ้าอยากช่วยเด็กที่ไม่รู้หนังสือ
ให้รู้หนังสือ อ่านออกเขียนได้ และได้ช่วยบิดามารดาให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
ข้าพเจ้าก็คงได้แต่หวัง เพราะว่าบิดามารดาของข้าพเจ้ายากจน ไม่รู้ว่าท่านจะส่งข้าพเจ้าเรียนไหวหรือเปล่า
บุคคลที่ข้าพเจ้าเอามาเป็นแบบอย่างในการศึกษาคือ อาจารย์ทัศนีย์ ศิริญาณ
ปัจจุบันท่านเป็นอาจารย์ที่ สปอ.น้ำเกลี้ยง เป็นอาจารย์ 2 ระดับ 6 ข้าพเจ้าอยากเป็นอาจารย์สอนอย่างท่านบ้าง
เพราะท่านเป็นอาจารย์ที่เก่งในทุกๆด้าน เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงเอาท่านเป็นแบบอย่างในการ
ศึกษา
เรื่อง ครอบครัวของข้าพเจ้า
โดย นายอุกฤษ เทียนศรี ม.3 รร.บ้านจาน
สถาบันครอบครัวเป็นสถาบันที่สำคัญ ยิ่งต่อการดำรงชีวิตของคนไทย เพราะถ้ารากฐานของครอบครัวดี
บุคคลากรที่ชาติต้องการก็จะ มีคุณภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าสถาบันครอบครัวที่ขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน
ก็จะทำให้เกิดปัญหาต่อสังคมในภายภาคหน้าดัง ครอบครัวของข้าพเจ้าที่จะกล่าวดังต่อไปนี้
ครอบครัวของข้าพเจ้าประกอบไปด้วย พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา และยาย และยังมีน้องสาวและน้องชาย
บิดามารดาของข้าพเจ้าได้แต่งงานจนมีข้าพเจ้าเกิดขึ้น ข้าพเจ้าได้มีโอกาสอยู่กับแม่เพียง
3 เดือนเท่านั้น หลังจากนั้นแม่ได้ส่งข้าพเจ้าไป ไว้กับยายเป็นคนเลี้ยงดูแทน
เหตุที่แม่ทำเช่นนี้เพราะช่วงนั้นแม่ไม่มีเงินจริงๆเลยต้องส่งข้าพเจ้าไปอยู่กับยายเพื่อแม่จะได้ทำงานหาเงิน
จากการที่แม่ไปทำงานที่กรุงเทพนั้นทำให้แม่ห่างเหินจากข้าพเจ้ามาก แม่ได้แต่งงานกับพ่อใหม่อีกหนึ่งคน
และได้กำเนิดน้องใหม่อีก 4 คน แม่ไม่เลี้ยงดูเช่นเคย ปล่อยเป็นภาระให้ยายเป็นคนเลี้ยงดูแทน
ยายจึงต้องรับภาระเลี้ยงดูข้าพเจ้าและน้องอีก 4 คน ข้าพเจ้าได้เติบโตมาเรื่อยๆ
จนกระทั่งข้าพเจ้าอายุ 12 ปี ก็เกิดปัญหาขึ้นอีก เพราะข้าพเจ้าป่วยเป็นโรคท่อน้ำอุดตันในสมอง
ทำให้ยายต้องเป็นหนี้สินจำนวนมาก เพราะ ต้องนำเงินมารักษาข้พเจ้า ข้าพเจ้าต้องนอนรักษาอยู่แรมปีจึงจะหาย
แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามอาการก็ยังไม่หายดี เพราะเส้นประสาทสมอง กับตาต่อเชื่อมโยงกัน
ทำให้ข้าพเจ้าเป็นคนสายตาสั้น และอาจารย์ทุกคนก็ให้ความช่วยเหลือทุกท่าน
ตอนนี้ข้าพเจ้าต้องการเรียนสูงๆ เพื่ออนาคตของข้าพเจ้าจะได้ดีขึ้น ถึงแม้ข้าพเจ้าจะเป็นเช่นนี้
และข้าพเจ้าคิดว่าอีกสักวันก็คงจะหายเป็นแน่ และถ้าเกิดไม่หาย แต่ข้าพเจ้าก็
สามารถทำประโยชน์ให้สังคมอีกหลายอย่างได้ ข้าพเจ้าได้เกิเมาเผป็นสมาชิกคนหนึ่งของสังคมแล้ว
ถึงแม้จะไม่ได้ดพร้อมทางร่างกาย เหมือนคนอื่นเขา และข้าพเจ้าก็สามารถประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีได้
ไม่ได้เกิดมาเป็นขยะ หรือพวกวัชพืชที่คนไม่ต้องการ ภายหลังข้าพเจ้า ได้ทราบข่าวว่ามารดาของข้าพเจ้าเสียชีวิต
แต่ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร
คนเราทุกคนสามารถเป็นคนดีได้ทั้งนั้น ถึงแม้จะมีปัญหาครอบครัวก็ตามแต่
แต่ถ้าเราพยาบยามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ไม่หลงไปใน ทางที่ผิด เราก็สามารถเป็นคนดีได้
สังคมก็จะไม่ดูหมื่นและประณามแต่อย่างใด
|