โรคภูมิแพ้ ( ตอนที่ 1 )
โดย คุณหมอ Batman

ความสำคัญของโรคภูมิแพ้ ในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา อัตราการกระจายของโรคภูมิแพ้ที่สำคัญๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของโรค หอบหืด( asthma ) และโรคแพ้อากาศ ( allergic rhinitis ) ได้มีอัตรา เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก สำหรับในประเทศไทย การสำรวจของ พยนต์ บุญญฤทธิพงษ์ และมนตรี ตู้จินดา ใน พ.ศ.2533 พบอัตราการกระจายของโรคหอบหืดในเด็กนักเรียนในกรุงเทพมหานคร เท่ากับร้อยละ 4.2 และอัตราการกระจายของโรคแพ้อากาศในเด็กกลุ่มเดียวกันนี้มีจำนวนเท่ากับร้อยละ 20 จากการ สำรวจของปกิต วิชยานนท์ และคณะ ในกลุ่มเด็กนักเรียนจากกรุงเทพมหานครมากกว่า 7,000 คน ในปี พ.ศ.2538 พบอัตราการกระจายของโรค หอบหืดเท่ากับร้อยละ 13 และโรคแพ้อากาศเท่ากับร้อยละ 40 คิดเป็นการเพิ่มของอัตราดังกล่าวถึง 3 เท่า สำหรับโรคหอบหืด และ 2 เท่าของโรคแพ้อากาศ ทำให้โรค ภูมิแพ้เป็นโรคที่สำคัญที่สุด

สำหรับประชากรเด็กในประเทศไทย โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในเขตเมืองสำหรับอัตราการกระจายใน ประชากรผู้ใหญ่นั้น ยังมีการศึกษา น้อยอยู่ แต่ก็เชื่อกันว่ามีแนวโน้มที่จะดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน กับในประชากรเด็กเช่นเดียวกัน

โรคภูมิแพ้เป็น “ กลุ่มของโรค “ ที่มีสาเหตุเกิดจากระบบภูมิต้านทานของร่างกายบางตัวที่ทำงานไว มากไปต่อสารที่พบอยู่ตาม ธรรมชาติ เช่น ฝุ่น ตัวไรฝุ่น ละอองเกสร เชื้อรา อาหารบางชนิด ฯลฯ จึงสร้างภูมิต้านทานชนิดที่เรียกว่า ไอจีอี ( IgE ) ขึ้น เอาไว้ คอยเล่นงานสารธรรมชาติดังกล่าว เมื่อร่างกายได้รับสารตัวนั้นอีกครั้ง ภูมิต้านทานไอจีอีที่สร้างรอเอาไว้จะเข้ามาทำปฏิกิริยาด้วย ทันที ทำให้เกิดอาการต่างๆของโรค ขึ้น

โรคที่จัดอยู่ในกลุ่มโรคภูมิแพ้

โรคที่เกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ ได้แก่

1. โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า โรคแพ้อากาศ ( allergic rhinitis )
2. โรคหืด ( asthma )
3. โรคภูมิแพ้ทางตา ( allergic conjunctivitis )
4. แพ้อาหาร ( food allergy )
5. แพ้ยา ( drug allergy )
6. แพ้แมลงสัตว์กัดต่อย ( insect allergy )
7. ผื่นผิวหนังอักเสบจากการแพ้ ผื่นแพ้ที่เกิดจากสารสัมผัส ( atopic dermatitis , contact dermatitis )
8. ช็อคที่มีสาเหตุจากการแพ้ ( anaphylactic shock )

 

Copyright © 2003 Rimping Foundation