ประวัติภาพยนตร์ไทย ตอนที่ 3
จุดกำเนิดภาพยนตร์
ซึ่งสร้างโดยคนไทย





          การถ่ายทำภาพยนตร์ในสยามโดยคนไทย เริ่มด้วยพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงศ์ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ พระเจ้าน้องยาเธอในรัชกาลที่ 5 ทรงสั่งซื้อกล้องถ่ายภาพยนตร์และอุปกรณ์เข้ามาในสยามเมื่อครั้งที่พระองค์ทรงตามเสด็จพระพุธเจ้าหลวง ประพาสยุโรปครั้งแรกในปี พ.ศ. 2440 แล้วทรงเริ่มถ่ายภาพยนตร์ด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง ภาพยนตร์ส่วนใหญ่เป็นภาพยนตร์สั้นๆ ส่วนพระองค์ เป็นบันทึกพระราชกรณียกิจในพระราชพิธีสำคัญๆ ของพระพุทธเจ้าหลวง และทรงนำออกฉายเก็บค่าดูจากสาธารณชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานขายของประจำปีของวัดเบญจมาบพิตรฯ

          ผู้ถ่ายภาพยนตร์ในสยามยุคบุกเบิก ที่สมควรแก่การจารึกพระนามไว้อีกพระองค์คือ พระศรัทธาพงศ์ (ต่วย) ซึ่งต่อมาทรงเป็นเจ้าของโรงหนังรัตนปีระกา

          ปี พ.ศ. 2465 ในสมัยรัชกาลที่ 6 พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงอัครโยธิน พระเจ้าน้องยาเธอในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงจัดตั้งกองภาพยนตร์เผยแพร่ข่าวขึ้นในกรมรถไฟหลวง เพื่อทำหน้าที่ผลิตหนังข่าวสารและสารคดีเผยแพร่กิจการของกรมรถไฟสยาม ตลอดจนกิจการของกระทรวงทบวงกรมอื่นๆด้วย อีกทั้งยังรับจ้างผลิตภาพยนตร์ให้กับเอกชนโดยทั่วไป เมื่ือการส้างภาพยนตร์บันเทิงของไทยในสยามถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2470 ก็ได้อาศัยอุปกรณ์และบุคลากรจากกองภาพยนตร์นี้เองเป็นสำคัญ

          เมื่อ นางสาวสุวรรณ ออกฉายในฐานะภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกไปเมื่อปี พ.ศ. 2466 แล้ว ก็มีเสียงเรียกร้องจากผู้นิยมดูหนังให้มีผู้คิดสร้างหนังไทยขึ้นอีก จนถึงปลายปี พ.ศ. 2469 ซึ่งเป็นช่วงต้นรัชกาลของรัชกาลที่ 7 มีกลุ่มคนไทยประกาศสร้างภาพยนตร์ขึ้นเป็นรายแรก

          กลุ่มคนไทยกลุ่มนี้ประกอบด้วย หลวงสุนทรอัศวราช (จำรัส สรวิสูตร) เป็นหัวหน้า เพื่อนร่วมงานได้แก่ พันโทหลวงสารานุประพันธุ์ (ขาว ปาจิณพยัคฆ์) พระอภิรักษ์ราชฤทธิ์ (อำนวย โรจนานนท์) เเละ  นายพลพันหุ้มแพร (ไกรวัลย์ จันทนบุพผา) โดยให้ชื่อคณะว่า บริษัทถ่ายภาพยนตร์ไทย

          บริษัทถ่ายภาพยนตร์ไทยลงประกาศแ้จ้งความรับสมัครนักแสดงในหนังสือพิมพ์รายวัน ปรากฎว่ามีผู้สนใจสมัครมามากมาย แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่มีทีท่าว่าจะลงมือสร้าง เพราะตัดสินใจไม่ได้ว่าจะสร้างเรื่องอะไรดี

          ในระหว่างนั้น มีคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งคิดสร้างภาพยนตร์ขึ้นบ้าง คนไทยกลุ่มนี้ใช้ชื่อว่า กรุงเทพภาพยนตร์ ประกาศรับสมัครผู้แสดงทางหน้าหนังสือพิมพ์เช่นกัน คนไทยกลุ่มนี้ประกอบด้วยพี่น้องตระกูล วสุวัต ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการโรงพิมพ์ศรีกรุงและหนังสือพิมพ์ ศรีกรุง ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายวัน

          บุคคลที่เป็นตัวจักรสำคัญในบริษัทกรุงเทพภาพยนตร์คือ หลวงกลการเจนจิต (เภา วสุวัต) ซึ่งมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าช่างถ่ายภาพยนตร์ของกองภาพยนตร์เผยแพร่ข่าวกรมรถไฟหลวง

          ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2470 บริษัทกรุงเทพภาพยนตร์สร้างหนังเรื่องแรกเสร็จ ให้ชื่อเรื่องว่า โชคสองชั้น เนื้อเรื่องแต่งโดย หลวงบุณยมานพพานิช (อรุณ บุณยมานพ) กำกับการแสดงโดย หลวงอนุรักษ์รถการ (เปล่ง สุขวิริยะ) ถ่ายภาพโดยหลวงกลการเจนจิต ผู้แสดงเป็นพระเอกคือ มานพ ประภารักษ์ ซึ่งคัดมาจากผู้สมัครทางหน้าหนังสือพิมพ์ ม.ล. สุดจิตร์ อิศรางกูร นางเอกละครร้องและละครรำมีชื่ออยู่ในขณะนั้น หลวงภรตกรรมโกศล ตัวโกงจากเรื่อง นางสาวสุวรรณ แสดงเป็นผู้ร้าย โชคสองชั้น ออกฉายให้สารธารณะชนได้ดูในวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2470

          ทางฝ่าย บริษัทถ่ายภาพยนตร์ไทย เมื่อมีคู่แข่งตัดหน้าสร้างหนังออกฉายไ้ด้ก่อนก็ไม่ย่อท้อ รีบถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องแรกออกฉาย ให้ชื่อเรื่องว่า ไม่คิดเลย โดยมีหลวงสุนทรอัศวราชเป็นผู้แต่งเรื่อง ขุนปฎิภาคพิมพ์ลิขิต (เปล่ง ไตรปิ่น) อดีตหัวหน้าช่างถ่ายภาพยนตร์ กรมรถไฟหลวง เป็นผู้ถ่ายภาพและกำกับการแสดง ผู้แสดงล้วนเป็นคณะผู้ร่วมงานและญาติมิตรในบริษัทนั่นเอง

          ภาพยนตร์เรื่อง ไม่คิดเลย สร้างเสร็จและนำออกฉายเป็นครั้งแรกในวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2470

 

˹éÒ  1 I 2 I 3 I 4 I 5 I 6 I 7 I 8 I 9 I 10 I 11 I

Copyright © 2003 Rimping Foundation