| ประวัติภาพยนตร์ไทย | ||
| ยุคสงครามโลกครั้งที่
2 |
จากภาพยนตร์เรื่อง
พระเจ้าช้างเผือกในช่วงเวลาที่บริษัทภาพยนตร์เสียงศรีกรุงถึงจุดสูงสุดในการสร้างภาพยนตร์นั้น มีกลุ่มคนไทยอีกกลุ่มก่อตั้งบริษัทสร้างภาพยนตร์ขึ้นเช่นกัน โดยให้ชื่อบริษัทว่าบริษัทไทยฟิล์ม บริษัทไทยฟิล์มประกอบด้วยคนหนุ่มซึ่งสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ คณะผู้ร่วมก่อตั้งประกอบด้วย พระเ้จ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล นายพจน์ สารสิน หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ และ นายประสาท สุขุม เป็นต้น ได้ก่อสร้างโรงถ่ายภาพยนตร์ขึ้นที่ทุ่งมหาเมฆ บริษัทไทยฟิล์มผลิตหนังไทยออกสู่สาธารณชนเรื่องแรกในปี พ.ศ. 2481 โดยมีพระองค์เ้จ้าภานุพันธ์ ยุคล เป็นผู้กำกับ ประสาท สุขุม ผู้ซึ่งเรียนรู้การถ่ายทำภาพยนตร์มาจากฮอลลีวู้ด เป็นผู้ถ่ายภาพ ชาญ บุนนาค ซึ่งผ่านการดูงานด้านการทำหนังเสียงมาจากฮอลลีวู้ด เป็นผู้บันทึกเสียง บริษัทไทยฟิล์มสร้างหนังเฉลี่ยปีละ 2 เรื่อง จนเมื่อสร้างหนังเรื่อง ลูกทุ่ง ซึ่งออกฉายในปี พ.ศ. 2438 ได้ไม่นานบริษัทเริ่มประสบปัญหาขาดทุน และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้น ไทยฟิล์มจึงเลิกกิจการไป ในปี พ.ศ. 2484 นายปรีดี พนมยงค์ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์ ได้จัดสร้างหนังไทยพูดเรื่อง พระเจ้าช้างเผือก โดยใช้โรงถ่าย บุคลากร และอุปกรณ์ของบริษัทไทยฟิล์ม หนังเรื่องนี้เป็นหนังไทยเรื่องแรกและเรื่องเดียวที่พูดภาษาอังกฤษ และนำออกฉายพร้อมกันทั้งในประเทศไทย สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกาในเดือนเมษายนปีเดียวกัน ปี พ.ศ. 2485 กองทัพอากาศได้ซื้อโรงถ่ายภาพยนตร์ของบริษัทไทยฟิล์มที่ทุ่งมหาเมฆ และตั้งกองถ่ายหนังขึ้น เรื่องแรกที่กองทัพอากาศสร้างขึ้นคือเรื่อง บ้านไร่นาเรา เป็นภาพยนตร์เสียงในฟิล์ม ได้เค้าโครงเรื่องมาจาก พลเอก แปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมและปลุกใจชาวไทยให้รักชาติ ออกฉายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2485 สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มในยุโรปในปี พ.ศ. 2482 ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนฟิล์มถ่ายหนังและน้ำยาล้างฟิล์ม ประเทศไทยเข้าสู่สงครามในเวลาไม่นานหลังจากนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี พ.ศ. 2485 สถานการณ์ในประเทศไทยยิ่งเลวร้ายลงอีก เมื่อเิกิดน้ำท่วมกรุงเทพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ น้ำท่วมครั้งนั้นส่งผลให้โรงถ่ายเสียงศรีกรุงประสบความเสียหายอย่างรุนแรง จนต้องปิดไปโดยปริยาย ผลของสงครามที่สำคัญที่สุดต่อวงการหนังคือด้วยเหตุว่าฟิล์มเกิดการขาดแคลนอย่างรุนแรง ผู้สร้างหนังในประเทศไทยจึงหันมาใช้ฟิล์มขนาด 16 ม.ม. แทนฟิล์มขนาด 35 ม.ม. ซึ่งมีราคาแพงกว่า ยิ่งกว่านั้น ฟิล์มขนาด 16 ม.ม. ยังหาซื้อได้ง่ายกว่าด้วย หนังเรื่องแรกที่ถ่ายทำด้วยฟิล์มขนาด 16 ม.ม. คือเรื่อง เมืองทอง ซึ่งสร้างในปี พ.ศ. 2483 ต่อมาอีก 3 ปีต่อมาก็มีผู้สร้าง สามปอยหลวง ด้วยฟิล์มขนาด 16 ม.ม. ใช้สีธรรมชาติและพากษ์เมื่อฉายในโรงหนัง ภาพยนตร์สีธรรมชาติในเวลานั้นยังเป็นของใหม่ จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จ ทำให้ผู้สร้างหนังรายต่อๆมาเลียนแบบ ในช่วงสงคราม ผู้สร้างหนังหลายรายสามารถสร้างหนังออกมาได้เรื่อยๆ การสร้างหนังไปหยุดชะงักลงอย่างถาวรก็ในช่วงปลายๆสงคราม ทั้งนี้เพราะในช่วงเวลานั้น กรุงเทพถูกทิ้งระเบิดอย่างหนักหน่วงทั้งกลางวันกลางคืน ทำให้ไฟฟ้าดับอยู่เสมอ โรงหนังหลายโรงจึงต้องปิดกิจการชั่วคราว แ้ม้ว่าช่วงสงครามจะเป็นช่วงที่กิจการสร้างภาพยนตร์ประสบอุปสรรคมากมาย แต่ก็เป็นช่วงที่การสร้างหนังรุ่งโรจน์ช่วงหนึ่ง ทั้งนี้เพราะหนังเป็นสิ่งบันเทิงสิ่งเดียวในอีกไม่กี่อย่างที่เหลืออยู่ของคนไทย เป็นที่ที่คนไทยใช้หนีสภาพสงครามเเละความเป็นจริงรอบตัวได้ชั่วครั้งชั่วคราว |