| ประวัิติภาพยนตร์ไทย | ||
| กำเนิดหนังพากย์ |
นายต่วน
ยาวะประภาษ แรกเริ่มที่มีการฉายหนังเงียบในเมืองไทยยังไม่มีการพากย์ใดๆ โรงภาพยนตร์จะใช้วิธีพิมพ์ใบปลิว แจ้งโปรแกรมหนังและเล่าเรื่องย่อๆเป็นภาษาไทยและจีน ต่อมามีการตีพิมพ์เรื่องย่อของหนังตามหน้าหนังสือพิมพ์ และต่อมามีการตีพิมพ์เป็นเล่มเล็กๆออกจำหน่ายด้วย ในปี พ.ศ. 2471 นายต่วน ยาวะประภาษ เจ้าหน้าที่ของบริษัทภาพยนตร์พัฒนาการ คิดให้มีเจ้าหน้าที่บรรยายอยู่ข้างๆจอภาพยนตร์ขณะที่หนังกำลังฉาย วิธีการพากย์หนังลักษณะนี้ นายต่วนไปเห็นมาในขณะที่ศึกษาอยู่ ณ ประเทศญี่ปุ่น วิธีการพากย์หนังของนายต่วนคือเตรียมบทพากย์เอาไว้ก่อนหน้าหนังฉาย เมื่อถึงเวลาฉาย นายต่วนจะนุ่งผ้าม่วง สวยเสื้อราชปะแตน ลงมานั่งอยู่บนเวทีหน้าจอพร้อมด้วยไฟส่องบทดวงหนึ่ง โทรโข่งอีกตัว เมื่อหนังเดินเรื่อง นายต่วนก็จะอ่านบทพูดและบทบรรยายที่เตรียมไว้ตามไป โดยพยายามให้เข้ากับภาพที่ปรากฎบนจอ เมื่อถึงตอนที่ต้องมีเสียงประกอบ ก็จะทำเสียงประกอบตามไปด้วย แม้การพากย์หนังครั้งแรกจะไม่ออกมาอย่างที่ต้องการ เพราะเป็นมือใหม่ แต่ก็มีผลทำให้ผู้คนแตกตื่นมาดูหนังที่มีการพากย์กันมากขึ้น นายต่วนจึงหาลูกมือมาช่วยพากย์ นายต่วนพากย์หนังอยู่ได้ไม่กี่วัน ก็ได้นายสิน สีบุญเรือง อาสาเข้ามารับหน้าที่แทน เมื่อครั้งที่อยู่ในกองบรรณาธิการหนังสือ ภาพยนตร์สยาม นายสินใช้นามปากกาว่า ทิดเขียว เมื่อมาพากย์หนัง นายต่วนจึงแนะนำให้ใช้ชื่อ ทิดเขียว เป็นชื่อพากย์หนังต่อไป นายสินปกติเป็นคนช่างพูด ชอบพูดตลกโปกฮาเป็นทุนอยู่แล้ว จึงสามารถทำหน้าที่พากย์หนังที่ต้องใช้ลูกเล่นลูกฮา สองแง่สองง่ามให้ถูกใจคนดูได้ไม่ยาก จึงกลายเป็นนักพากย์ที่มมีคนติดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในปี พ.ศ. 2474 มีหนังเงียบของอินเดียชื่อ รามเกียรติ์ ตอน หนุมานเผาลงกา เข้ามาฉาย ทิดเขียว หรือ นายสิน สีบุญเรือง ทำหน้าที่เป็นผู้บรรยาย นายสินได้คิดนำเอาวิธีพากย์โขนของไทยมาใช้ในการบรรยายหนังเรื่องนั้น ปรากฎว่าเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนเป็นอย่างยิ่ง และนับจากวันนั้น คำว่า พากย์หนัง จึงเกิดขึ้น เมื่อมีการสร้างภาพยนตร์เสียง และมีหนังฮอลลีวู้ดแบบเสียงในฟิล์มเข้ามาฉายในเมืองไทย ผู้คนส่วนใหญ่ฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง ทิดเขียว ก็เป็นผู้ริเริ่มพากย์หนังเสียงขึ้น เรื่องแรกที่พากย์คือเรื่อง อาบูหะซัน เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2476 โดยพากย์เป็นคณะ ผู้พากย์ชาย พากย์เสียงผู้ชาย ผู้พากย์หญิง พากย์เสียงผู้หญิง การพากย์เสียงภาษาไทยให้กับหนังต่างประเทศเป็นที่นิยมมากขึ้นทุกที จนโรงหนังทั่วทั้งประเทศจัดให้มีห้องสำหรับนักพากย์คู่กับห้องฉาย และต่อมาเมื่อมีไมโครโฟนใช้ นักพากย์ก็ไม่ต้องไปยืนตะโกนพากย์อยู่ข้างจอหนังอีกต่อไป การถือกำเนิดการพากย์หนังทำให้การสร้างภาพยนตร์ไทยแตกแขนงออกเป็น 2 สาขา คือแบบหนังเงียบ ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2470 และพัฒนาเป็นหนังพากย์ในที่สุด กับอีกสายหนึ่งคือ หนังเสียงในฟิล์ม ซึ่งพี่น้องตระกูลวสุวัตเป็นผู้บุกเบิก การสร้างหนังพากย์ใช้ทุนต่ำกว่าหนังเสียงในฟิล์ม ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้สร้างหนังพากย์เกิดขึ้นมากมาย และหนังพากย์กลายเป็นหนังประเภทที่เป็นที่นิยมของชาวบ้านร้านตลาด เรื่องที่นำมาสร้างมักเป็นนิทานพื้นบ้าน หรือวรรณคดีที่รู้จักกันดี หรือไม่ก็นิยายยอดนิยม หนังพากย์ที่ได้รับความนิยมมากสมัยนั้นก็เช่น ระเด่นลันได
และ แม่นาคพระโขนง
ของ บริษัทหัสดินทรภาพยนตร์
|