| สุนัข สัตว์เลี้ยงแสนรัก
ของคุณGUX |
![]() |
บทที่ ๑ : ว่าด้วยความภูมิใจของชาวไทย กับชื่อเสียงของยอดสุนัขไทยที่ทั่วโลกยอมรับ
ก่อนที่จะพาไถลไกลเข้าไปในโลกอันละเอียดอ่อนของชาวเล็บงามนานาพันธุ์ ตลอดจนความรู้พื้นฐานต่างๆในการคัดเลือก เลี้ยงดู บำรุง รักษา และการเพาะพันธุ์ ของเหล่าบรรดาคุณเล็บงามทั้งหลายแหล่เหล่านั้น.... ด้วยความที่ผมเป็นคนไทยคนหนึ่ง ที่รับรู้เรื่องราวของ บรรดาสุนัขทั้งปวงเหล่านี้ มีเรื่องราวที่ผมภาคภูมิใจยิ่งๆอยู่อย่างคือ การที่เราสามารถร่วมมือร่วมแรงร่วมใจ เปี่ยมด้วยสามัคคี ไร้การชิงดีแก่งแย่งกันเด่น เป็นความพร้อมใจของหลายคน หลายพวก หลายฝ่าย แต่ล้วนมีจุดประสงค์หนึ่งเดียวกันคือ การผลักดัน ให้สุนัขไทยเข้าสู่ทำเนียบสายพันธุ์สุนัขโลก เป็นการประกาศให้ทั่วโลกรับรู้ว่าสุนัขพันธุ์นี้คือ สุนัขที่เกิดในเมืองไทย มีมาตรฐาน พันธุ์ที่กำหนดโดยคนไทย และมีคนไทยทั้งชาติ เป็นเจ้าของสายพันธุ์นี้............. ครับ เรามีสุนัขพันธุ์ไทยแท้ที่แจ้งเกิดให้คนรับรู้ทั้งโลกถึง 2 สายพันธุ์ นั่นคือ สุนัขไทยหลังอาน และสุนัขไทยบางแก้ว..... และมีต่างชาติ ที่นิยมเลี้ยงสุนัขทั้ง 2 สายพันธุ์ไทยนี้ สั่งซื้อพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์จากไทยเราไปในราคาตั้งแต่หลายหมื่นบาท จนถึงราคาหลายแสนบาท ทีเดียว นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจอีกอย่างหนึ่งที่กำลังโกยเงินต่างชาติเข้าประเทศของเราทีเดียว....... ดังนั้น ผมคงจะกินไม่ได้ นอนไม่หลับเป็นแน่ ถ้ามิได้ถ่ายทอดถึงความเป็นมาของสุนัขไทยทั้ง 2 สายพันธุ์นี้ให้ผู้อ่านที่เป็นคนไทย ได้ร่วมภูมิใจไปกับผม และชาววงการผู้นิยมสุนัขแห่งประเทศไทยทั้งปวง นับว่าเราได้เรียนรู้จากบทเรียนในเรื่องการขาดความรู้ใน การจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงในอดีต จนเป็นเหตุให้ แมวสยาม แมวไทยแท้ๆที่ถูกชาวต่างชาติแย่งเอาจดทะเบียน ไปเป็นของเขา......... ..............
สุนัขบางแก้ว ตอนที่ ๑ : กำเนิดยอดสุนัขบางแก้ว อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับต้นกำเนิด ก็แปลว่าต้องเป็นอดีต ยิ่งถ้าจะย้อนไปถึงอดีตที่มาของบรรพบุรุษบางแก้วผู้มีเล็บงามละก็ คงต้อง นั่งไทม์แมชชีน ย้อนเวลาเจาะหาอดีตกันละครับ.... ย้อนกลับไปยังร้อยกว่าปีที่ผ่านๆมา มุ่งหน้าสู่ ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ตรงไป ณ วัดบางแก้ว ในช่วงของหลวงปู่มาก เมธารี ซึ่งนับเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 3 ของวัดบางแก้วแห่งนี้..... หลวงปู่ดังมากทีเดียวในยุคนั้น ไม่ว่าเสียงเทศน์ที่เป็นเอกลักษณ์จนได้เป็นหนึ่งในพระนักเทศน์แถบนั้น แถมยังมีชื่อเสียงในด้านคาถา อาคมว่าเป็นหนึ่งไม่มีสองรองใครทีเดียว ลูกศิษย์ลูกหาก็มากมายขจรขจายไปไกลนักแล..... ด้วยที่เป็นพระที่เปี่ยมเมตตายิ่งๆ จึงได้รับเลี้ยงสัตว์ไว้มากมาย ไม่ว่าจะผู้คนนำมาถวายบ้าง ฝากบ้าง ทิ้งบ้าง ในจำนวนนี้มีสุนัข อาราม หรือที่ถูกควร เรียกว่า หมาวัด รวมอยู่ด้วย เล่ากันว่าจุดเริ่มต้นของสุนัขบางแก้วเริ่มจากสุนัขตัวเมียสีดำมีขนยาวที่ตานิ่ม ชาวบ้านในแถบนั้นนำมาถวาย ได้ไปผสมพันธุ์กับสุนัขป่า(หมาจิ้งจอก) ออกลูกมา4ตัว ตัวใหญ่ขนยาว ต่อมามีการอพยพเข้ามา ตั้งถิ่นฐานที่บ้านห้วยชันซึ่งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านบางแก้วของชาวบ้านจากนครปฐม อ่างทองและสุพรรณบุรีรวมถึงพวกลาวโซ่งซึ่ง มีการนำสัตว์เลี้ยง วัวควายและสุนัขจำนวนมากติดตามมาด้วย จึงเกิดการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าตลอดจนสัตว์เลี้ยง รวมถึงสุนัข ทำให้เกิดการผสมพันธุ์ระหว่างลูกสุนัขจิ้งจอกทั้ง4 กับบรรดาหมาติดตามหรือหมาอพยพเป็นตำนานต้นกำเนิดสุนัขบางแก้ว หมา3สายเลือดนั่นคือ หมาไทยพื้นบ้าน(หลากสายเลือด) กับ หมาจิ้งจอก และ หมาไน ข้อสันนิฐานสุนัข 3 สายเลือด พื้นที่บริเวณบ้านบางแก้วในอดีตนั้น เป็นพื้นที่ลุ่มติดแม่น้ำยม มีน้ำท่วมเกือบตลอดทั้งปี ชาวบ้าน ส่วนใหญ่มีอาชีพในการจับสัตว์น้ำ มีเขตติดต่อกับผืนป่าซึ่งอุดมสมบูรณ์ และเต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด รวมทั้งสุนัข จิ้งจอก และ สุนัขไนด้วย เนื่องจากสุนัขป่านั้นเป็นสุนัขที่มีความกล้าหาญ แข็งแรง ว่องไว ฉลาด เมื่อสุนัขเหล่านี้ได้เดินทางหากินมายังบริเวณ หมู่บ้าน เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ของสุนัข สุนัขป่าเหล่านั้นก็ได้กลิ่นฮอร์โมนเพศเมียของสุนัขบ้านที่กำลังเป็นสัด และพร้อมที่จะรับการ ผสมพันธุ์จากตัวผู้ จึงยินยอมพร้อมใจให้สุนัขป่าเข้ามาผสมพันธุ์กับตัวเอง แต่พฤติกรรมเหล่านี้มิได้เกิดขึ้นแต่เพียงสุนัขอย่างเดียว แม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ของชาวบ้านยังได้รับการผสมพันธุ์กับสัตว์ป่า เช่น หมูป่ากับหมูบ้าน ไก่ป่ากับไก่บ้านเป็นต้น เลยเป็นบท พิสูจน์อีกบทหนึ่งว่า โอกาสที่จะเกิดสุนัขสามสายเลือดนั้นอาจจะเกิดจากพ่อสุนัขจิ้งจอก พ่อสุนัขไน กับแม่สุนัขไทยพื้นบ้านทั่วไป ซึ่งมี อยู่ด้วยกันหลายสี สามารถผสมกันไปมาจนเกิดลูกหลานได้ เมื่อมีการผสมข้ามพันธุ์กันตามธรรมชาติ หรือเรียกง่ายๆ ว่าธรรมชาติ เป็นผู้ผสมพันธุ์ และคัดเลือกพันธุ์ให้ ในที่สุดก็ได้ "สุนัขไทยพันธุ์บางแก้ว" ที่มีลักษณะหลายสีเหมือนสุนัขบ้าน มีขนยาวสองชั้น เหมือนสุนัขป่า หูป้องไปข้างหน้าเหมือนจิ้งจอก ดุ รักถิ่นฐานเหมือนสุนัขบ้าน และกล้าหาญเหมือนสุนัข ด้วยความที่เป็นสุนัขที่ดุและหวงแหนทรัพย์สิน รักเจ้าของอย่างถวายหัว แถมยังมีขนยาวสวยงาม จึงทำให้เป็นที่นิยมกันในตั้งแต่ อดีต แต่ในอดีตนั้นไม่มีการซื้อขาย แต่จะนำสิ่งของไปแลกเปลี่ยน เช่นลูกปืนหรือสิ่งของอื่นๆ ที่ชาวบ้านจำเป็นต้องใช้ไปแลกกับ ลูกสุนัข หรือถ้าใครมีโอกาสผ่านไปยังบริเวณดังกล่าว ก็จะมีการนำสุนัขบางแก้ว มาเป็นของฝาก ของกำนัลให้กับเจ้านาย ซึ่งใน ปัจจุบันสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วได้รับการพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่องทำให้มีรูปร่างที่สวยงาม โครงสร้างใหญ่ ขนยาว กว่าในอดีต จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงกันมากและได้แพร่หลายออกไปทั่วประเทศ
ในระยะเริ่มแรกนั้นจะเห็นได้ว่า สุนัขบางแก้วมีแหล่งกำเนิดและการเลี้ยงดูรวมถึงการผสมพันธุ์ที่ไม่เป็นระบบ
จึงยังมีความหลาก หลายทางสายเลือด ข้อนี้มีหลักฐานยืนยันจากลักษณะที่หลากหลายของสุนัขบางแก้วเช่น
ลักษณะใบหน้าที่แบ่งเป็นหน้าสิงห์ หน้าเสือ และหน้าจิ้งจอก ลักษณะหาง ไม้กวาด
กับแปรงล้างขวด หางสั้นหางยาว ลักษณะของขน ขนสั้น ขนยาว ตลอดจนสีที่หลากหลาย
แต่ขึ้นชื่อในเรื่องของความดุเป็นคุณสมบัติเด่นและความสวยงามน่ารัก แปลกไปจากสุนัขพื้นบ้านที่ขนสั้นเกรียน ปัจจุบันสุนัข พันธุ์ไทยบางแก้วเริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลายและนิยมเลี้ยงกันทั่ว
ทุกภาคของประเทศไทยแล้ว สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของสุนัข บางแก้ว คือสวย ฉลาด
ซื่อสัตย์ รักเจ้าของ เลี้ยงเป็นเพื่อน เฝ้าบ้าน หรือฝึกใช้งานอารักขาได้
การเลี้ยงดูง่าย มีความกล้าหาญ ค่อน ข้างดุ เป็นนักสู้แม้ว่าสุนัขตัวอื่น
จะมีขนาดใหญ่กว่าก็ตาม มีผู้เลี้ยงบางรายเล่าให้ฟังว่า เขารอดจากการ ประทุษร้ายจากคนร้ายได้
เพราะสุนัขบางแก้วที่เขาเลี้ยงอยู่กระโดดเข้าช่วยไว้ ในปี 2536 "เจ้าเก่ง"
สุนัขบางแก้วของคอกบ้านนิรมล จ.พิษณุโลก เป็นสุนัขไทย บางแก้วตัวแรกที่สามารถกระโดดร่มด้วยความสูง
12,500 ฟุต ที่กองบิน 46 จ.พิษณุโลก เราคนไทยมีของดีอยู่แล้ว มาช่วยกันดูแล
อนุรักษ์ ส่งเสริมให้เป็นที่นิยมของ สากลโลก โดยหันมาเลี้ยงสุนัขไทยบางแก้วของเราเถอะ |
| ภาพสุนัขประเภทต่างๆ |
| 1. WORKING DOGS |
| 2. HUNTING DOGS |
| 3. COMPANION DOGS |
| 4. GREY HOUNDS |
| 5. TERRIERS |
| 6. TOYS |
หน้า 1
I 2
I 3 I 4
I 5 I 6
I 7 I 8
I 9 I 10
I 11 I 12
I 13 I
14 I
15 I 16
I 17
I 18 I 19
I 20 I 21
I 22
I 23 I
24 I
25 I