สุนัข สัตว์เลี้ยงแสนรัก
ของคุณGUX

บทที่ ๑

ตอนที่ ๓ : สุนัขไทยหลังอาน

     หากจะเอ่ยถึงสุนัขไทย ทุกคนจะนึกถึง เจ้าตูบ เจ้ามอม กันแทบทั้งสิ้น เจ้าตูบเจ้ามอมนี้ติดตาคนไทยเราและเป็นที่รู้จักกันตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะเจ้าตูบข้างถนน หรือเจ้ามอมปากซอย ล้วนเป็นที่เห็นจนชินตานับแต่เราจำความได้ และด้วยการที่เห็นจนชิน เลยเป็นเหตุให้คนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นถึงลักษณะพิเศษและความสวยงามของมัน หรืออาจจะเพราะการที่มันผสมปนเปออกลูกหลานกันเองตามธรรมชาติ จนกลายพันธุ์ หูตูบหูตั้ง หางดาบหางพวง สีเปรอะจนขาดลักษณะประจำพันธุ์ไป หรืออาจเพราะเนื้อตัวที่มอมแมม ขาดการเอาใจใส่ มีโรคผิวหนัง ขี้เรื้อนหนังกลับจนน่ารังเกียจมากกว่าน่ารัก คนไทยส่วนใหญ่จึงพากันเบือนหน้าหนีเมื่อพูดถึงคำว่า “หมาไทย”  อีกทั้งคงมีความคิดว่าดูไม่เท่ห์เท่าจูงหมาฝรั่งกระมัง

         

     แต่ก็ยังโชคดีที่มีคนตาถึง เล็งเห็นถึงความงามความน่ารัก มีเสน่ห์และความรัก ซื่อสัตย์ต่อคนเลี้ยงของสุนัขไทยเหล่านี้ เป็นเหตุให้มีการหวนกลับมาคัดเลือกและพัฒนาสายพันธุ์สุนัขไทยกันอีกครั้ง โดยเน้นที่การพยายามผสมสายพันธุ์ไทยให้เกิดลายขนสวนกลับบนแผ่นหลังที่เราเรียกกันว่า “อาน” ให้เป็นลักษณะที่เที่ยงแน่นอน ไม่ใช่การเกิดอานบนหลังสุนัขแบบไม่แน่นอนดังเช่นที่ผ่านมาในอดีต ตัวอย่างเช่น พ่อพันธุ์แม่พันธุ์มีอานแต่ออกลูกมาไม่มีอาน หรือมีอานบ้างเพียงบางตัว หรือแต่ละตัวมีอานใหญ่ล้างเล็กบ้างไม่คงที่ หรือพ่อแม่พันธุ์ที่ไม่มีอาน ดันออกลูกมาบางตัวมีอาน พร้อมกับพยายามเน้นลักษณะเด่นอื่นๆของสุนัขไทยให้ออกมาเป็นลักษณะประจำพันธุ์นอกจากอานบนหลัง เช่น หางดาบ ปากมอม อกลึก หูตั้ง ตลอดจนเรื่องของสี ที่ควรมีสีเดียวตลอดลำตัว

     การเริ่มต้นค้นคว้าพัฒนาสายพันธุ์สุนัขไทย หรือ หมาไทย ทำให้เราได้พบบันทึกในสมุดข่อยสมัยกรุงศรีอยุธยา บันทึกในราว พ.ศ. ๒๑๗๐ ซึ่งเป็นรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม มีใจความว่า  “หมาตัวใหญ่สูง ๒ ศอกเกิน มีสีต่างกันไม่ซ้ำ มีขนที่หลังกลับ มันร้าย มันภักดีกับผู้เลี้ยงนัก มันหากินขุดรูหาสัตว์เล็ก มันตามผู้เลี้ยงเข้าป่าหากิน เมื่อได้มันจะเอามาให้ผู้เลี้ยง มันภักดีกับบ้านนัก มันรักหมู่ของมัน มันไปกับเจ้าของมันถึงต้นยางมีน้ำมัน มีกำลังกล้าหาญไม่เกรงใดใด ธาตุของสีมันทั้งหลาย มีเป็นสุวรรณ รัชตะชาด มันมีโคนหูสูง มันมีหางเหมือนดาบชาวป่า ถ้าผู้ใดมีไว้ จะได้รับภักดีจากมัน”       

     เมื่อแรกเริ่มในการพัฒนาสายพันธุ์สุนัขไทย เราจำเป็นต้องดั้นด้นไปหาแหล่งที่พอจะหาพันธุ์ดั้งเดิมได้ ซึ่งพบว่ามีอยู่ทางแถบภาคตะวันออกของไทย ได้แก่ทางจังหวัด จันทบุรี ระยองและตราด จากการวิเคราะห์ สามารถเดาได้ว่า สาเหตุที่ยังพอหาสายพันธุ์ดั้งเดิมได้ คงเป็นเพราะภูมิประเทศในแถบนั้นเป็นเกาะแก่งมาก เดินทางไปมาไม่สะดวกนัก จึงเป็นอุปสรรคต่อสุนัขไทยบริเวณนั้นในการเดินทางออกนอกพื้นที่ไปผสมกับสุนัขสายพันธุ์อื่นจนกลายพันธุ์ไป นับเป็นโชคดีของคนไทยที่เราสามารถคงพันธุ์สุนัขไทยดั้งเดิมเหล่านี้ไว้ได้อย่างเหมือนโชคช่วย

     หลังจากการพยายามพัฒนาสายพันธุ์จนคงที่ด้วยเวลาหลายปีของกลุ่มที่รวมตัวกันตั้งเป็นสมาคมและชมรม อาทิเช่น  สมาคมส่งเสริมส่งเสริมสุนัขพันธุ์ไทย  ชมรมอนุรักษ์และพัฒนาสุนัขไทย  ผนวกกับกลุ่มนักเลี้ยงสุนัขพันธุ์ไทยในจังหวัดต้นสังกัดคือจันทบุรี ระยอง ตราด ร่วมกับสมาคมผู้นิยมสุนัขแห่งประเทศไทย [ D.A.T. = The Dog Association of Thailand ] ทำให้ในที่สุด เราสามารถผลักดันสุนัขไทยหลังอานให้เป็นที่ยอมรับของสหพันธ์สุนัขแห่งเอเชีย [ A.K.U. =  Asia Kennel Union ] โดยเข้าเป็นสมาชิกอันดับที่ 329 ของสหพันธ์  และต่อมาอีกไม่นาน ก็สามารถจดทะเบียนเข้าเป็นหนึ่งในสุนัขโลกของ สมาคมสุนัขโลก [ F.C.I. = Federation Cynologique Internationale ]  นับว่าสุนัขไทยหลังอานเป็นสุนัขพันธุ์แรกของไทย ที่ได้รับการผลักดันให้ไปยืนชูคอ หูตั้ง กระดิกหางเทียบกับสุนัขพันธุ์ต่างๆในเวทีประกวดระดับโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ

     คราวนี้เราจะมาว่ากันต่อถึงการแบ่งสุนัขพันธุ์ไทยที่พอจะแบ่งได้กว้างๆดังนี้คือ

1. สุนัขไทยขนธรรมดา (ขนยาวประมาณ 1 ซม.)

2. สุนัขไทยขนธรรมดาหลังอาน (ขนยาวประมาณ 1 ซม.)

3. สุนัขไทยขนกำมะหยี่ (ขนสั้นติดผิวคล้ายผ้ากำมะหยี่)

4. สุนัขไทยขนกำมะหยี่หลังอาน (ขนสั้นติดผิวคล้ายผ้ากำมะหยี่)

     การพัฒนาสายพันธุ์ให้ได้หลังอานที่สวยงามในเริ่มแรก ตัวพ่อ-แม่พันธุ์นั้นอาจจะมีอานหรือไม่ก็ได้ เพราะเราต้องการดึงลักษณะเด่นในตัวสุนัขออกมาให้ได้มากที่สุด แล้วค่อยๆปรับให้เกิดอานที่สวยงามในขั้นต่อมา จนถึงปัจจุบัน เราสามารถดึงลักษณะที่แท้จริงของสุนัขไทยออกมาได้แล้ว เช่น สุนัขไทยสีแดง ต้องเล็บดำ ลิ้นดำ ปากมอม หางดาบ อานธนู หรือสีสวาดต้องมีขนกำมะหยี่ หางดาบ อานใหญ่ เป็นต้น 

     ปัจจุบัน สีของสุนัขไทยที่ได้ทำการจดทะเบียนไว้กับ FCI ได้แก่สีแดง สีเทา(สวาด) สีดำ สีกลีบบัว สีที่คนนิยมเลี้ยงมากที่สุดคือสีแดงและสีสวาด  นอกจากนี้ยังสีอื่นๆที่ยังมิได้จดทะเบียนไว้เพราะยังไม่สามารถพัฒนาให้คงที่ได้ เช่น สีขาว สีลายเสือ เป็นต้น  ส่วนเรื่องของอานบนหลังนั้น แบ่งได้หลายลักษณะตามรูปลักษณ์ที่เกิด เช่น อานธนูหรืออานลูกศร ( จะมีขวัญขึ้นอยู่ใกล้บริเวณหัวไหล่เท้าหน้าเพียงแห่งเดียว ส่วนปลายจะแหลมลงมาทางด้านท้าย)  อานพิณ  อานม้า อานหัวใจ(อานใบโพธิ์)และอื่นๆตามลักษณะที่เห็น แต่ทางสมาคมได้แบ่งเป็นกว้างๆไว้คือ อานเล็ก(มีบริเวณขนกลับที่เรียกว่าอานอยู่บนกลางหลัง พื้นที่ไม่กว้าง ผอม เรียว)  และ อานใหญ่(มีบริเวณขนกลับที่เรียกว่าอาน กว้างและยาวเต็มแผ่นหลัง)

โดย : - GUX


ภาพสุนัขประเภทต่างๆ
1. WORKING DOGS
2. HUNTING DOGS
3. COMPANION DOGS
4. GREY HOUNDS
5. TERRIERS
6. TOYS

 

หน้า  1 I 2 I 3 I 4 I 5 I 6 I 7 I 8 I 9 I 10 I 11 I 12 I 13 I 14 I
15 I 16 I 17 I 18 I 19 I 20 I 21 I 22 I 23 I 24 I 25 I

Copyright © 2003 Rimping Foundation