|
ตอนที่ สิบ ... ส า ม หั ว ใ จ ....
....สาปแล้วไม่ขอรักใครใฝ่ปอง..
คิดครองเป็นคู่
ทุกวันนี้อยู่กล้ำกลืนน้ำตา..ตกใน
เกิดมามีมาร เฝ้าแต่ประหารดวงใจ
ช้ำจิตคิดไป หมองไหม้ทุกตรม
....กรวดน้ำคว่ำขันรักกันชาติเดียว..
ร้างเกลียวสวาท
หัวใจแทบขาดพลาดความหวังเคย..ชื่นชม
เจ็บจำไปนาน หลงเชื่อคำหวานภิรมย์
รักจึงระทม ทุกข์ตรมทรวงใน
....คนเดียวมีสามหัวใจครอบครอง..
รักปองไม่จริง
รักเผื่อเลือกทิ้งนี่คนอะไร
ผ่านความโสมม สังคมยุคใหม่
เหลียวหาหัวใจแน่นอนไม่มี
....อย่าพบอย่าพานพวกมารผจญ..
ต้องทนวิบาก
รักกันแล้วจาก พรากกันเหมือนตาย..หน่ายหนี
เกลียดกลัวจนตาย ขอสาปมารร้ายชีวี
พ้นไปเสียที ไม่มีกรรมเวร .........
....ที่ท่านเห็นข้างบน นั่นคือ เนื้อเพลง จากการประพันธ์คำร้อง และ ทำนอง
โดย ไพบูลย์ บุตรขันธ์ คนที่ถือว่า เป็นบรมครูนักประพันธ์เพลง
ของไทยท่านหนึ่ง
เพลงนี้ ขับร้องต้นฉบับ ประมาณปี 2495 ซึ่งท่านกำลังได้รับฟังอยู่ขณะนี้นี่แหละครับ
... สา ม หั ว ใ จ ... เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ในรุ่นหลังๆ ในปี 2510
กว่าๆ ก็เมื่อ รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส สุภาพสตรี ที่ไม่มีใครรู้จักเธอ
ในเพลง เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขง..และ สามหัวใจ
และก็มารู้จักกันมากขึ้นไปอีก ในช่วงหลังจากนั้นมาอีก จากคณะนักร้องดูโอที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการเพลงเท่าที่เคย
มีมาจนถึงปัจจุบัน ...เดอะ ฮอท เปปเปอร์ ซิงเกอร์.. เป็นการจับคู่กันของ
..ผุสดี เอื้อเฟื้อ และ รุ่งพิรุณ เมธารมณ์..
ถ้าจะว่าไปแล้ว องค์ประกอบหลักสำคัญ อีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้คู่นักร้องดังกล่าว
ประสบความสำเร็จ อย่างถล่มทลายวงการขณะนั้น คือ ..การควบคุม สร้าง และเรียบเรียงเสียงประสานทางดนตรีทั้งหมด
ทุกชุด โดย ..ปราจีน ทรงเผ่า..อีกหนึ่งอัจฉริยะทางดนตรีของไทย
เลือดเนื้อเชื้อไขและผลิตผล ของ..ดิ อิมพอสซิเบิล อีกท่านหนึ่ง
เอาไว้วันหน้า จะเล่าเรื่อง..ฮอท เปปเปอร์ ซิงเกอร์ ..ต่างหากอีกที นะครับเพราะมีบทเพลงที่น่าสนใจมากของพวกเธอทั้งสองคน
ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเอามาเล่าให้ฟังกันอีกในโอกาศอันควร
กลับมาที่ต้นฉบับ..สามหัวใจ..ที่ร้องโดย.. ช า ญ เ ย็ น แ ข ..
แทบไม่ต้องเล่าอะไรมากมาย เพราะเพลงนี้ ..ครบถ้วน สมบูรณ์ ทุกกระบวนความแล้ว...แต่มีสิ่งหนึ่ง
ที่ไม่ว่าจะมีนักร้องรุ่นไหน ยุคใด สมัยใดๆ เอามาร้อง หรือ ทำดนตรีใหม่
..มันสู้ต้นฉบับแรกไม่ได้..เพราะ...เสียงดนตรี..ครับ
...........ลองฟังใหม่ ซ้ำ..อีกที ทั้งหมด ซิครับ.........
จะเห็นได้เลย ว่า การคิดดนตรีของต้นฉบับ นี่มันเหมาะเจาะกับเนื้อเพลง อารมณ์เพลง
และอารมณ์การขับร้อง เสียจริงๆเชียวครับ
โดยเฉพาะ..เสียง.อินโทร ฯ ที่ใช้ แตรบีบเสียงจนสูงปรี๊ด ควบกับ เสียง สีไวโอลิน
เสียงสูง ปรี๊ด..แล้วก็ใช้เสียงๆนี้แหละ
คอยคลอเคลียแทรกสอด อยู่ในเพลงตลอดเวลา จนจบ แค่นี้ มันก็..... เสียด.....
เสียบ และ....สะกด ....
เข้าไปถึง...ขั้วหัวใจน้อยๆ.. อ่อนๆ.....ของคนฟังแล้วละครับ .....
ทิว ทุ่งหลอแหล
|