ตอนที่ สิบสอง ... คิ
ด ถึ ง บ้ า น ....
|
ผมนั่งรอ ให้การรำลึก และการจัดงาน ..14
ตุลา วันประชาธิปไตย..ได้ผ่านพ้นไปก่อน เพราะไม่ต้องการให้คอลัมน์นี้
ไปเกี่ยวเนื่องกับกระแสการเมืองใดๆทั้งสิ้น..
มีบทเพลงบทหนึ่ง ที่ถือว่าเป็นบทเพลงแห่งประวัติศาสตร์ และ มีการนำไปขับร้องกันมากที่สุด
มากกว่าทุกๆเพลงในแวดวงของเพลงเพื่อชีวิต มีนักร้องมากคนที่สุด ที่ได้นำบทเพลงบทนี้
ไปขับร้อง ไม่ว่าจะเป็น แนวลูกทุ่ง ลูกกรุง สตริง เพื่อชีวิต..ฯลฯ..
สำหรับหัวอกคนทั่วไป การที่ต้อง..จากบ้าน.. ไปไกลแสนไกล นานแสนนาน
ทั้งที่รู้ว่าจะได้กลับ..บ้าน..เมื่อไร
หรือ ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าจะได้กลับ..บ้าน..หรือไม่ ด้วยซ้ำไป
??
เรา รู้สึกอย่างไรครับ? .. |
ยิ่งตกกลางคืน ดื่นดึก ออกมานั่งที่นอกชานบ้าน
แล้วมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เห็นดวงจันทร์กระจ่างข้างบนโน้น
...โธ่เอ๋ย..มันดันเป็นพระจันทร์ ดวงเดียวกัน กับที่เราเคยเห็นที่บ้าน
สมัยเมื่อเวลาที่เราอยู่บ้านเรานี่นา..
ยิ่งดู ก็ยิ่งคิด ยิ่งคิด ก็ยิ่งดู...คิดถึงบ้าน..จังเลย
..... .... .......คิดถึงบ้าน....จนจับขั้วหัวใจ น้ำตามันจะพาลไหลเอาน่ะครับ
... ... ....
ก่อนอื่น ขออนุญาตพูดถึง คนเขียนเพลง เพลงนี้เสียก่อน...นักเขียนท่านหนึ่ง
เคยพูดถึงเขาว่า...
"ถ้าผู้ชายคนหนึ่งเทใจทุ่มชีวิตให้กับอะไรสักอย่าง กระทั่งนิยามความถูกต้องดีงามไว้กับสิ่งนั้น
ชัยชนะในเรื่องนี้ย่อม มายถึง การเดินทางไปพบกับความครบถ้วนของตัวตนในเบื้องลึกของความรู้สึก
ส่วนการพ่ายแพ้ ย่อมไม่อาจเป็นอื่นนอก จากการถอนราก ถอนโคนชีวิตของเขา..."
คุณอัศนี พลจันทร์ หรือ อีกชื่อที่เป็นนามปากา เวลาเขาเขียนหนังสือ
คือ นายผี หรือ อีกชื่อหนึ่ง เวลาเขาเดินทางแรมรอนอยู่ตามป่าเขาลำเนาไพร
ไม่มีโอกาสได้กินอยู่หลับนอนอย่างสุขสบายใน..บ้านเกิดเมืองนอนหรือภูมิลำเนาของตัวเอง
คือ..สหายไฟ..
...นี่คือ ประวัติโดยย่อที่สุดของเขา...

อัศนี พลจันทร เกิดเมื่อ กันยายน 2461 อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ในตระกูลเศรษฐี
ร่ำรวยมากในสมัยนั้น บิดาคือพระมนูญกิจวิมลอรรถ
( เจียร พลจันทร ) มารดาคือนางสอิ้ง พลจันทร คุณปู่ของเขา เป็นต้นตระกูลพลจันทร์
, พลกุล , วงศาไพโรจน์ เมื่ออายุได้เพียง 3 เดือน คุณแม่ก็เสียชีวิต
อัศนี พลจันทร
ในปี 2464 เขาเข้าเรียนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนประจำจังหวัดราชบุรี การเดินทาง
ไปเรียนในโรงเรียนประจำจังหวัด มีรถม้าส่วนตัวและพี่เลี้ยงคอยรับส่งด้วย
หลังจากจบชั้นมัธยมปีที่ 5 เมื่อปี 2476 แล้วได้เขามาเรียนต่อ ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
ในกรุงเทพฯ จนจบชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 8 แผนกภาษา เมื่อปี 2479 จากนั้นจึงเข้าเรียนกฎหมาย
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ได้รับปริญญาธรรมศาสตร์บัณฑิต เมื่อปี
2483
เมื่อจบการศึกษา เขาเข้ารับราชการ เป็น..อัยการ..และได้รับการโยกย้ายไปทำงานหลายแห่ง
ในขณะเดียวกัน ก็เขียนหนังสือและบทความต่างๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งมักเป็นการโต้แย้งกับทางบ้านเมืองหรือรัฐบาลในขณะนั้น
ช่วงปี 2495 สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม มีการกวาดล้างบรรดา นักหนังสือพิพ์และนักวิชาการ
ที่ถูกเรียกกันว่า..กบฏสันติภาพ..นายผี โดนด้วยครับ
เขาต้องหลบหนี หายออกจากบ้านพร้อมภรรยาที่เป็นเหมือนเพื่อนตาย
จากครอบครัว จากญาติพี่น้องตั้งแต่นั้นมา แล้วมาโผล่อีกทีราว 2504
ชื่อเสียงของนายผี เป็นที่ได้ยินรับทราบ ขึ้นมาอีกครั้ง หลังเหตุการณ์
14 ตุลาคม 2516 เมื่อนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ที่ทำกิจกรรมในชมรมต่างๆ นำผลงาน
ทั้งบทกวี เรื่องสั้น เรื่องแปลและ บทวิจารณ์วรรณกรรม มารวมเล่ม ออกจำหน่าย
ทำให้ผลงานของนายผีเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย และขยายขอบเขตรับรู้ออกไปกว้างขวาง
ชีวิตของเขา ส่วนใหญ่ วนเวียนอยู่ใน จีน เวียดนาม และ ลาว และเนื่องด้วยเขาเป็นทั้งนักคิด
นักเขียน และ กวี ในช่วงปี 2502 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศ จีน เขาได้เขียนเพลงๆนี้ขึ้นมา
และได้กลายมาเป็นบทเพลงแห่งประวัติศาสตร์เพลงหนึ่งของเมืองไทย
นั่นคือเพลง..คิดถึงบ้าน..

สุรชัย จันทิมาธร เป็นคนนำเพลงนี้ออกมาจากที่ๆมันอยู่
และบันทึกเสียงครั้งแรกในนามวงคาราวานในปี 2526 ต่อมาในปี 2528 ยืนยง
โอภากุล ) นำมาบันทึกเสียงอีกครั้งในนามแอ๊ด คาราบาว กับอัลบั้มชุด
"กัมพูชา" และได้เปลี่ยนชื่อเพลงเป็น 'เดือนเพ็ญ' พร้อมทั้งสลับท่อนเนื้อร้องแต่เดิม
หลังจากนั้นมีผู้นำเพลงนี้ไปบันทึกเสียงอีกนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งในอัลบั้มปกติและอัลบั้มบันทึกการแสดงสด
อาทิ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์, คนด่านเกวียน, อัสนี-วสันต์
โชติกุล, พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ,โฮป, คีตาญชลี, นรีกระจ่าง คันธมาศ, สายัณห์
สัญญา, สุนารี ราชสีมา, ยอดรัก สลักใจ, มนต์สิทธิ์ คำสร้อย ฯลฯ
เดือนเพ็ญ
สวยเย็นเห็นอร่าม
นภาแจ่มนวลดูงาม
เย็นชื่นหนอยาม เมื่อลมพัดมา
แสงจันทร์นวล ชวนใจข้า
คิดถึงถิ่นที่จากมา
คิดถึงท้องนา บ้านเรือนที่เคยเนาว์
กองไฟ
สุมควายตามคอก
คงยังไม่มอดดับดอก
จันทร์เอยช่วยบอก ให้ลมช่วยเป่า
สุมไฟให้แรงเข้า
พัดไล่ความเยือกเย็นหนาว
ให้พี่น้องเรา นอนหลับอุ่นสบาย
เรไร
ร้องดังฟังว่า
เสียงเจ้าที่เฝ้าครวญหา
ลมเอยช่วยพา กระซิบข้างกาย
ข้ายังคอย อยู่ไม่หน่าย
ไม่เลือนห่างจากเคลื่อนคลาย
คิดถึงไม่วาย เมื่อเราจากกัน
ลมเอย
ช่วยเป็นสื่อให้
นำรักจากห้วงดวงใจ
ของข้านี้ไป บอกเขานำหนา
ให้เมืองไทยรู้ว่า
ไม่นานลูกที่จากมา
จะไปซบหน้า กับอกแม่เอย
อัศนี ฯหรือนายผี เสียชีวิตเมื่อปี 2530 และได้มีโอกาศกลับบ้าน ? ...บ้านที่เขาบอกว่า..คิดถึงบ้าน..เขาได้กลับประเทศไทย
บ้านเกิดเมืองนอนของเขาอีกที ในปี 2540 เมื่อภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของเขา
ได้หอบหิ้วห่อโครงกระดูกของเขา ยกขึ้นแนบใบหน้าของเธอ แล้วกระซิบแผ่วเบาว่า..
...คุณอัศฯ..กลับบ้านเรา เถิด...
ทิว ทุ่งหลอแหล
|