คุยเฟื่องเรื่องเพลง
โดย คุณทิว


ตอนที่ ยี่สิบเก้า.......เพลงคันทรี่ ( Country Music )..........

พูดถึงเรื่องนี้ เราต้องนึกกลับไปสู่อดีต ตั้งแต่เมื่อผู้อพยพชาวอังกฤษ (รวมทั้งสก็อตและไอร์แลนด์ด้วย) เริ่มไปขึ้นฝั่งอเมริกาใหม่ๆ สิ่งที่บรรดาผู้บุกเบิกเหล่านี้นำติดตัวมาด้วยก็คือ บทเพลง โคลงกลอน (ballads) และบทขับร้อง (songs) ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับติดตัวมาจากบรรพบุรุษของพวกเขานั่นเองครับ กลุ่มชนพวกนี้นำเอาบทกลอนของสก๊อตและไอริช เพลงสวดในโบสถ์ซึ่งสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ มาปรับดัดแปลงเข้ากับวิถีชีวิตแบบชนบทอเมริกา แสดงออกถึงพลัง ความทรหดอดทน หลักศีลธรรม ปรัชญาชีวิต และวัฒนธรรมแบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ลงในบทเพลงที่ใช้ร้องเล่นกันในยามว่างเว้นจากการทำงาน นอกจากนี้ ยังได้รับอิทธิพลบางส่วนมาจากบทสวดของพวกนิโกร ดนตรีบลูส์ แร๊คไทม์ทางภาคใต้ เข้ามาผสมปนเปกันเข้าด้วย จากที่ได้เข้ามาสู่โลกใหม่ชีวิตแบบใหม่ เหล่าผู้ตั้งรกรากทางตอนใต้เหล่านี้ได้พัฒนาลักษณะพิเศษของการขับร้องเพลงเก่าแก่ ด้วยโทนเสียงซึ่งสูง ฟังดูลึกลับวังเวง ราวกับว่าจะสะท้อนถึงทัศนียภาพของโลกใหม่ (new world) ที่เขาได้สัมผัส อันแสนจะกว้างใหญ่ไพศาลและโดดเดี่ยวเสียนี่กระไร โดยในระยะแรกนั้น บทเพลงดั้งเดิมเหล่านี้ส่วนใหญ่ จะถูกขับร้องเดี่ยวหรือเป็นหมู่คณะ เฉพาะแต่ในโบสถ์ที่ซึ่ง“พวกคนหลังเขาเซ่อซ่า” (backwoods) อย่างพวกเขามาร่วมทำกิจกรรมกัน และขับร้องบทเพลงโดยพร้อมเพรียงนั่นเอง

จนเมื่อถึงศตวรรษที่ 19 เมื่อเหล่าอาจารย์สำนักสอนขับร้องที่เป็นพวกแยงกี้สอนศาสนา (evangelical Yankee) นำเอาสไตล์การขับร้องด้วย Sacred Harp มาใช้ พร้อมกับออกตำราหรือหนังสือโน้ตเผยแพร่ เพื่อให้ชาวบ้านทั่วไปที่ไม่มีความรู้ทางด้านโน้ตดนตรี สามารถอ่าน Harmony ของเพลงนั้นๆได้ บทเพลงเหล่านี้จึงแผ่ขยายวงกว้างออกไป และเครื่องดนตรีที่นิยมเล่นกันในขณะนั้นมีชิ้นเดียวคือ fiddle (เครื่องสีลักษณะคล้าย ไวโอลิน ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นซอฝรั่ง fiddler ในที่สุด) แต่ส่วนใหญ่บทเพลงเพล่านี้ถูกนำมาใช้เพื่อการเต้นรำซะมากกว่าครับ

ต่อมาเมื่อดนตรีแนวนี้แพร่หลายมากขึ้น ก็มีการพัฒนา รับเอาเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ (ซึ่งถูกนำเข้ามาจากหลายแหล่งชนชาติ – จะคุยให้ฟังทีหลังครับ) เข้ามาใช้ขับขานเสียงเพลงด้วย เครื่องดนตรีคันทรี่แบบดั้งเดิมจะประกอบไปด้วย fiddler (ซอฝรั่ง), mandolin, double bass, guitars, บางครั้งก็มี harmonica และ dobro ในบางโอกาส ให้ความรู้สึกที่ ดิบ สะอาดและบริสุทธิ์อย่างแท้จริง

ขอพูดถึงเรื่อง fiddler สักเล็กน้อยครับ ไอ้เจ้า fiddle เนี่ย ถือเป็นนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่มากครับ เพราะมันนำไปสู่องค์ประกอบอันกว้าง ใหญ่ไพศาลแห่งท่วงทำนองเพลงเต้นรำทั้งมวล ทั้งของสหราชอาณาจักร สก๊อต ไอริช แล้วก็ของพวกโลกใหม่ด้วย แถมยังสร้างท่วงทำนองใหม่ๆ ภายใต้ชื่อใหม่ อย่างเช่นเพลง Cripple Creek ที่ผมจะนำมาเปิดให้ฟังกันครับ เป็นท่วงทำนองการสีซอแถบถิ่นใต้โดยเฉพาะ ให้ความรู้สึกอิสระ ปลดปล่อย กระด้าง และใช้ลีลาจังหวะสูงระคนกันครับ ต่อมา เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ดนตรีคันทรี่ใช้เครื่องดนตรีอีเลคทริกมากขึ้น เครื่องประกอบการให้จังหวะเช่นกลอง เบสไฟฟ้า ฯลฯ ถูกนำมาใช้มากขึ้น แต่มันก็ยังคงเป็นดนตรีที่เล่นเพื่อความสนุกสนาน น้ำเสียงแสดง ความบริสุทธิ์อย่างจริงใจอยู่นั่นเองครับดนตรีคันทรี่ยังคงรักษาบรรยากาศของตนเอาไว้อย่างครบถ้วน นั่นคือบรรยากาศแบบชนบท ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของต้นหญ้าเขียวขจี ท้องทุ่ง และเนินเขา แม้ว่าเพลงคันทรี่ในยุคต่อมาจะมีเรื่องของการค้ามากขึ้น แต่เพลงคันทรี่ก็ยังคง“ ลูกทุ่ง”อยู่ไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยการแสดงออกอย่างซื่อๆด้วยลักษณะเฉพาะ บรรยายถึงความดีใจ เสียใจ เหงา เศร้า สนุก ไว้ในบทเพลงอย่า งเรียบง่ายและบริสุทธิ์

จนกระทั่งเมื่อมีใครบางคนพยายามทำให้ดนตรีคันทรี่ หรือเพลงแห่งหุบเขาทางใต้นี้ เป็นที่ยอมรับของคนเมือง โดยแก้ไขอะไรนิดหน่อย เพื่อเพิ่มความไพเราะให้แก่ “หู” ของคนเมือง และเปลี่ยนมันให้เป็นเชิงอุตสาหกรรมมากขึ้น จนเมื่อ Hank Williams ประสบความสำเร็จทั้งด้าน ชื่อเสียงและการค้า ตั้งแต่นั้นบรรดาผู้ผลิตแผ่นเสียงก็เริ่มหันมาสนใจกับดนตรีคันทรี่อย่างจริงจังมากขึ้น ( กรณีนี้จะคุยกันต่อภายหลังครับ)

ในคราวต่อไป เรามาคุยกันเรื่องเครื่องดนตรีที่ใช้ในการเล่นเพลงคันทรี่ดีไหมครับ มีมากมายครับ เช่น fiddler, banjo, guitars, mandolin, etc. เพื่อปูพื้นก่อนที่จะคุย(และฟัง)กันต่อถึงแนวดนตรีที่แตกแขนงกิ่งก้านสาขาออกไปจากแนวเดิมอีกมากมาย รวมถึงนักร้องคันทรี่เด่นๆบางคน เช่น Hank William,Earl Scruggs, Willie Nelson, อาจถึง John Denver ด้วย ที่ต้องเสียเวลาคุยกันเรื่องเครื่องดนตรีชนิดต่างๆเสียก่อน เพราะเครื่องดนตรีเหล่านี้มันมีที่มาที่ไป และน้ำเสียงของมันถูกนำมาใช้แทนอารมณ์ความรู้สึกหลากหลาย และที่สำคัญคือ เพื่อช่วยในการเสพย์ อรรถรสของดนตรีคันทรี่ได้อย่างเข้าถึงขึ้นครับ

ขอจบตอนนี้ ด้วยบทเพลง Cripple Creek ซึ่งเป็นเพลงเก่าแก่ชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์ดนตรีคันทรี่ไอ้กัน ที่เราจะรับฟังร่วมกันนี้เป็นเวอร์ชั่น ที่นำมาบรรเลงใหม่โดย Mike Seeger ครับ เชิญครับ

- นายฮิม ท่าน้ำ -


หน้า  1 I 2 I 3 I 4 I 5 I 6 I 7 I 8 I 9 I 10 I 11 I 12 I 13 I 14 I
15 I 16 I 17 I 18 I 19 I 20 I 21 I 22 I 23 I 24 I 25 I 26 I 27 I 28 I
29 I
30 I 31 I 32 I 33 I 34 I 35 I 36 I 37 I 38 I 39 I 40 I

Copyright © 2003 Rimping Foundation