คุยเฟื่องเรื่องเพลง
โดย คุณทิว

ตอนที่ 41-48         ตอนที่ 1-40

ตอนที่ สี่สิบสอง...Bluegrass ( ต่อ..)

มาว่าเรื่องเพลงอเมริกันคันทรี่ อย่างที่พี่ยืนยงถามถึง กันต่อครับ

คราวที่แล้ว Hank Williams ประกาศศักดาเพลงฮ้องกีท้องค์เอาไว้เมื่อราวต้นทศวรรษ 50s เมื่อนำเพลงคันทรี่แนวฮ้องฯเข้า ไปอยู่ใน อันดับท็อปเท็นได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ พร้อมๆกับ เปิดศักราชเพลงคันทรี่สู่ผู้ฟังวงกว้างในระดับชาติและระดับ ประชาชาติ ขณะนั้นดนตรีคันทรี่แอนด์เวสเทิร์นกลายเป็นธุรกิจอุตสาหกรรมที่ทำเงินหลายๆล้านดอลล์ไปแล้วครับ โดยที่มี ศูนย์กลางอยู่ที่เมือง Nashville ก่อเกิดแนวดนตรีคันทรี่กระแสหลักที่เรียกกันว่า แนชวิลล์ซาวด์ ครอบงำแนวดนตรีแนวอื่น อยู่ในขณะนั้นครับ

แต่ก็ยังมีกลุ่มนักดนตรีกลุ่มอื่น ที่ยังคงยึดมั่นและพัฒนาดนตรีคันทรี่สไตล์โฟล์คเก่าแก่ดั้งเดิม โดยไม่สนใจ เรื่องของการค้าอยู่ครับ มีหลายกลุ่มหลายแนวด้วย แต่ที่เราจะคุยกันต่อไปนี้คือ บลูกราสส์ ครับ

ดนตรีบลูกราสส์ถือกำเนิดและพัฒนาขึ้นในท้องถิ่น Kentucky ระหว่างทศวรรษ 1920s และ 1930s โดยเป็น ตัวแทนของดนตรีโฟล์คดั้งเดิม ที่มีรากเสียงมาจากวงเครื่องสายอคูสติกทางตะวันออกเฉียงใต้ของอเมริกาครับ สุ้มเสียงสำเนียงดนตรี มักจะขับร้องเสียงหลักและเสียงประสาน รองรับ เป็นเสียงเทเนอร์สูงๆ ประกอบการเล่น ดนตรีโซโล่พริ้วรัวและด้นสดกันอย่างสนุกสนาน

เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปครับว่า ผู้ที่ให้กำเนิดแนวดนตรีชนิดนี้คือ

.......Bill Monroe (ได้ชื่อว่าเป็น บิดาแห่งดนตรีบลูกราสส์ ) บิล มอนโร ก่อตั้งวงของเขาขึ้นเมื่อกลางทศวรรษ 1920s แล้วเล่นดนตรียาวนานจวบจนวันตายของเขาในปี 1996 เลยเชียวครับ

คนนี้ครับ Bill Monroe



Bill Monroe and The Blue Grass Boys

ในทศวรรษ 1940 นักร้องนักเล่นแมนโดลินผู้ยิ่งใหญ่นาม Bill Monroe เริ่มแผ้วถางแนวดนตรีรูปแบบใหม่ ที่ซึ่งอยู่บนพื้นฐานการทำวงเครื่องสายแบบเก่า ขับร้องแสดงดนตรี ในบทเพลงเทรดดิชั่น, การประสานเสียง
แบบดนตรีที่นิยมขับร้องในโบสถ์, เพลงสวด, ...ฯลฯ ด้วยเครื่องดนตรีอคูสติก แต่บรรเลงด้วยท่วงทำนองที่
ทรงพลังเร้าใจ และแฝงอิทธิพลของดนตรีแจ๊สประกอบอยู่ด้วย อย่างเข้มข้น

ท่วงทำนองดนตรีในแบบที่วงของมอนโรเล่นนี้ ต่อมาถูกขนานนามว่า แนวbluegrass ตามชื่อวงนี้ที่มีชื่อว่า
The Blue Grass Boys ครับ วง Bill Monroe and The Blue Grass Boys เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
และมีชื่อเสียงโด่งดังระเบิดจริงๆจังๆ เมื่อได้สมาชิกตัวเอ้ที่เป็นนักแบนโจหนุ่มน้อย นามว่า Earl Scruggs เข้ามาร่วมวงด้วย
Earl Scruggs ได้สร้างสรรค์แนวการเล่นแบนโจที่เป็นเทคนิคใหม่ แปลกพิเศษ ไม่เหมือนเดิม ตื่นเต้นเร้าใจกว่าเดิม
เรียกกันทั่วไปว่า เทคนิคการเล่นแบบ " the three-finger five-string banjo technique" ( คงจำกันได้ว่า เดิมแบนโจ
ถูกเล่นโดยใช้ดีดสายเป็นเสียงโน๊ตเป็นท่อนเดี่ยวๆ ต่อมาพวกคันทรี่ชนพัฒนาการเล่นโดยใช้เทคนิค claw-hammer
style มาคราวนี้ Earl ใช้ลูกเล่นแบนโจห้าสายเการัวเพิ่มด้วยสามนิ้วเทวดา.. ซู้ดหย่อด! ) ไอ้เทคนิคและสไตล์
การเล่นแบบนี้ตกทอดสืบสานกันต่อมาจนถึงรุ่นลูกหลานเหลนทุกวันนี้ และคงจะใช้กันไปอีก นานนนน.....


นี่ไง เขาล่ะ Earl Scruggs

วงของบิล มอนโร กลายเป็นสถาบัน และสร้างเอกลักษณ์แห่งดนตรีบลูกราสส์ ที่มีลักษณะเฉพาะของการจัดวง
ที่จะต้องประกอบด้วยเครื่องดนตรีหลักดังนี้เป็นสำคัญครับ คือ banjo, guitar, mandolin, dobro,fiddle, bass,
และอื่นๆซึ่งเป็นเครื่องดนตรีรอง รากฐานที่ Bill Monroe and The Blue Grass Boys วางเอาไว้ สืบทอดส่งผ่าน
มาจนรุ่นปัจจุบัน ไล่เรียงนับตั้งแต่ Earl Scruggs ที่เล่นร่วมกับวงบิล มอนโร ระหว่างทศวรรษ 1940s,
The Osborne Brothers วงดูโอจากเคนตั๊กกี้ระหว่างปี 1950s-1960s, เป็นต้น... จนถึงปัจจุบันที่มีนักดนตรีที่น่าสนใจ
ได้แก่ Alison Krauss, Ricky Skaggs, Vince Gill, etc...

ที่เราคุยกันมาข้างต้นนั้น เป็นการเกริ่นนำถึงดนตรีคันทรี่แนวบลูกราสส์ครับ
คราวต่อไป เราจะค่อยๆ คุยกันถึงดนตรีบลูกราสส์อย่างเจาะลึกและละเอียด เท่าที่พอจะทำได้
นะครับ แต่ตอนนี้เราพักกันก่อนด้วยเพลงบลูกราสส์ที่สนุกสนาน

เพลงแรก ....เชิญ เปิด ไป.. ตอนที่ สี่สิบสาม... ครับ...เอิ๊อกกก...

......เชิญครับ.....

- นายฮิม ท่าน้ำ -

หน้า  41 I 42 I 43 I 44 I 45 I 46 I 47 I 48 I

Copyright © 2003 Rimping Foundation