|
ตอนที่หก ..ก่อนยุคสามก๊ก..
ในวงการเพลงของเมืองไทย ก่อนที่จะถึงยุคที่มีการแบ่งแยกเพลง เป็น..ลูกกรุง
..ลูกทุ่ง..ในช่วงประมาณ ปี พศ. 2502--2503 นั้น
เฉพาะในวงการเพลงลูกทุ่ง ผมเรียกลูกทุ่ง ในยุคแรกๆ หรือ ยุคต้น คือช่วง
ราวพศ.2502 เป็นต้นมา ว่า เป็นยุค ..สามก๊ก..
เป็น..สามก๊ก..อย่างไร? จะค่อยๆ ทะยอย พูดถึงอีกทีครับ
ตอนนี้ ขอวนเวียนพูดถึง..ยุคก่อนยุคสามก๊ก..หรือ ..ยุคก่อนยุคต้น..ของวงการเพลงเมืองไทยเสียก่อนพอให้ทราบที่มาที่ไป
และเห็นภาพลางๆ พอที่จะปะติดปะต่อ ไปสู่ยุคต้น ได้อย่างสนุก
ในช่วง ก่อน พศ. 2500 หรือ ช่วง พศ. 2490--2500 นั้น เราได้รับทราบ และได้ฟังเพลง
จาก ชาญ เย็นแข และ คำรณ สัมบุณณานนท์ กันไปบ้างแล้ว
ตอนนี้จะพูดถึงนักร้องคนสำคัญมากๆ อีกท่านหนึ่งครับ .....
...........ตุ้ ม ท อ ง........โ ช ค ช นะ .............
ในบรรดาคอเพลง หรือ นักฟังเพลงแล้ว จะละเว้นไม่พูดถึงท่านผู้นี้ ไม่ได้เด็ดขาด
เพราะ..นี่คือ ต้นฉบับ ต้นธาร ต้นทาง และ แม่แบบ ของการสร้างแนวเพลงและร้องเพลงแบบ...ราชาเพลงลูกทุ่งตลอดกาล......สุรพล
สมบัติเจริญ..ที่เราท่านต่างรู้จักกันดีละครับ
อันเพลงลูกทุ่งที่แท้จริงนั้น มันควรถือกำเนิดมาจาก วัฒนธรรมและศิลปะ หรือประเพณีการร้องรำ
หรือ การละเล่นพื้นบ้านจริงๆซึ่งบ้านเรา ก็มีหลายหลากมากมาย แล้วแต่ท้องถิ่นหรือภูมิภาคต่างๆไป
....ตุ้มทอง โชคชนะ..เขาคือ..ราชาเพลงรำวง..ของเมืองไทย จากอดีต จวบจนปัจจุบันนี้ครับ....
.........ดวงเดือน ไม่เห็นใจบ้าง
รักนวลนางจิตใจระกำ
มองมา นัยตา หวานฉ่ำ
มองมา นัยตา หวานฉ่ำ
โค้งแล้ว ไม่รำ ทำให้ฉันอับอาย.....
...ฯ ล ฯ.....

ถ้าจะเปรียบเทียบให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในเรื่องแนวเพลง อย่าง คำรณ ฯหรือเสน่ห์
โกมารชุน กลุ่มเป้าหมายของเขาก็คือ ชนชั้นแรงงานหรือ กรรมกรในเมืองหรือตามหัวเมือง
อย่าง ชาญ เย็นแข หรือ สมยศ ทัศนพันธ์ กลุ่มเป้าหมายหรือคนฟังของเขา
ก็คือ ชนชั้นกลางทั่วๆไปที่นิยมเพลงแนวกึ่งลูกทุ่งกึ่งลูกกรุง
แต่ ตุ้มทอง โชคชนะ..กลุ่มเป้าหมายของเขาคือ คนชนบทแท้ๆ ที่คุ้นเคยกับชีวิตงานวัดที่ทุกงาน
ทุกเวที ทุกครั้ง จะต้องมีเวทีรำวง อย่างแน่นอนทุกครั้งไป งานวัดไหนไม่มีเวทีรำวง
ถือว่า..เชย..และไม่สนุก..เท่าที่มันควรจะเป็น และก็เพราะเวทีรำวงตามงานวัด
ต่างๆตามชนบท นี่แหละ ที่เป็นแหล่งสร้างนักร้องเกือบทั้งหมด ทั้งในยุคต้นๆ
และเลยมาถึงยุคกลาง ต่อมาถึงยุคปลาย เว้นแต่ยุคปัจจุบันเท่านั้น ที่นักร้องส่วนมาก
มาจาก..คาเฟ่..
..นี่คือ ภาพสะท้อน ของการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคมของเราอย่างเห็นได้ชัดเจนมาก
สำหรับท่านที่ไม่เคยฟังเสียงของ ตุ้มทอง มาก่อน ไม่ยากครับ..
ลองหลับตา แล้วนึกถึงสุ้มเสียง สำเนีบงร้อง ของ สุรพล สมบัติเจริญ ซึ่งถือกำเนิดในวงการเพลงที่หลัง
ตุ้มทอง และเป็นรุ่นที่มาทีหลังนะครับ ทั้งเสียง และสไตล์การร้อง ใกล้เคียง
จนแทบจะเหมือนกันละครับ
พูดมาตั้งนาน หลายท่านคงสงสัยว่า ตุ้มทอง ฯ คนที่ผมพูดถึงนี้เป็นใคร ไม่เห็นเคยได้ยินชื่อเลย
..แน่นอนครับ เพราะนี่คือชื่อจริงๆของเขา แต่ในการร้องเพลงเขาคือ..เ
บ ญ จ มิ น ท ร์ ..ครับ
เบญจมินทร์ ไม่ใช่ธรรมดาครับ นอกจากเขาจะเป็นนักร้องที่เก่งกาจแล้ว ยังเป็นนักแต่งเพลงที่เก่งอีกด้วย
อย่างเพลงของ ทูล ทองใจ ที่ไพเราะมากๆหลายเพลง นี่เป็นงานประพันธ์ คำร้อง
และทำนอง ของ เบญจมินทร์ครับ ตัวอย่างเช่น เพลงโปรดเถิดดวงใจ เพลงในฝัน
เพลงปรารถนา ดังนั้น เพลงที่เบญจมินทร์ขับร้องเองส่วนมากแล้ว เขาจะเป็นคนประพันธ์คำร้อง
ทำนองด้วยตัวเอง( รวมทั้งการนำทำนอง เพลงต่างชาติ มาใส่เนื้อร้องเป็นไทย
เช่น รักแท้จากหนุ่มไทย )
ช่วงปลายชีวิต เบญจมินทร์ ค่อนข้างลำบากมาก เหมือนศิลปินนักร้องในยุคก่อนๆ
ดังนั้นเขาถูกส่งตัวไปอยู่ในบ้านพักคนชรา (บางแค) อยู่พัก หนึ่ง ซึ่งก็หลายปีมาแล้ว
คนไทยมาทราบเรื่องราวของเขาอีกที ก็เมื่อ หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าว เมื่อหลายปีมาแล้ว
ว่า เขาเสียชีวิตแล้ว..
เราลองมาฟังเพลงเอก หรือ เพลงเก่ง ของเขากันนะครับ เพลงนี่ถือกันว่าเป็นเพลง..ครู..ของวงรำวง
ทุกๆวงครับ
............รำเต้ย......
เชิญครับ
ทิว ทุ่งหลอแหล
|