| ตอนที่
๑๔
NAPA
นาป้าเป็นคำที่มีความหมายมากกว่าความเป็นตัวเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ชานเมืองด้านเหนือของเมือง
San Francisco มลรัฐ California เพราะนาป้าเป็นชื่อของแหล่งผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของอเมริกา
และเป็นแหล่งผลิตไวน์ชั้นนำของโลก ทั้งๆที่บริเวณนั้นเป็นแหล่งปลูกไร่องุ่นที่มีชื่อเสียงถึง
3 เขตใหญ่ๆ แต่ด้วยความที่นาป้ามีชื่อเสียงโด่งดัง คนทั่วไปจึงพร้อม ใจกันเรียกย่านนั้นว่า
นาป้า
หากเทียบสหรัฐอเมริกากับประเทศไทยแล้ว Seattle จะตั้งอยู่แถวเชียงใหม่
Portland, Oregon จะอยู่แถวลำปาง San Francisco จะอยู่ที่กรุงเทพ ส่วนนาป้าจะอยู่แถวๆมวกเหล็กหรือปากช่อง
ด้วยเหตุที่นาป้าตั้งอยู่ไม่ห่างไกลจาก San Francisco, Oakland และ Sacramento
นาป้าจึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวของประชาชนที่อาศัยอยู่ ตามเมืองใหญ่ๆในย่านนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมา
จนกระทั่งไวน์จากนาป้าไป คว้าชัยชนะในการประกวดไวน์นานาชาติที่กรุงปารีสในปี
1975 นาป้าเลย กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองรองจาก
ดิสนีย์แลนด์
นาป้ามีจุดเด่นที่เหนือกว่า บอร์โด แหล่งผลิตชั้นสุดยอดของโลกจากฝรั่ง
เศสก็เป็นเพราะว่านาป้าเป็นแหล่งบริการนักท่องเที่ยว ที่ครบเครื่องมากกว่าบอร์โด
นาป้าไม่เป็นเพียงท้องทุ่งสำหรับทำไร่องุ่น แต่นาป้าให้ความสนุก สนานเป็นกันเองกับ
นักท่องเที่ยว ที่มาจากทั่วโลก ไร่องุ่นบางแห่งมีร้านอา หารไว้บริการ และมีบริการให้ชิมไวน์รวมทั้งจำหน่ายไวน์เพื่อเป็นที่ระลึก
อีกด้วย ทั้งๆที่ราคา ไวน์ตามไร่องุ่นจะมีราคาสูงกว่าราคาไวน์ชนิดเดียวกัน
ที่จำหน่ายตามร้านค้าทั่วไป แต่นักท่องเที่ยวก็พร้อมใจกันซื้อไว้เป็นที่
ระลึกกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ยิ่งวันหยุดสุดสัปดาห์ในหน้าร้อน นาป้าจะ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาจากทั่วโลก
หากหลีกเลี่ยงได้ไม่ควร ไปเที่ยวนาป้าในวันหยุดทุกชนิด ช่วงที่น่าไปเที่ยวมากที่สุดก็คือเดือนสิงหาคมและ
กันยายน เพราะช่วงนั้นองุ่นจะโตเต็มที่ จะช่วย ทำให้ตื่นตาตื่นใจมากกว่า
เดือนอื่นๆ ไร่องุ่นต่างๆจะปิดให้บริการประมาณบ่าย 4 โมงเย็น ด้วยเหตุนี้
วันหนึ่งๆจึงเยี่ยมชมไร่องุ่นได้ไม่กี่แห่ง แค่ไร่ Opus One และ Robert
Mondavi เพียงสองแห่ง ก็ทำให้หมดวันไปได้รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

การเตรียมการไปเที่ยวนาป้า ต้องทราบข้อมูลจำเพาะของไร่องุ่นก่อนว่า องุ่นจะเริ่มผลิดอกออกใบในเดือนเมษายน
แล้วไปเก็บเกี่ยวใน ช่วงปลาย เดือนกันยายนและเดือนตุลาคม คือต้องรีบเก็บก่อนที่ฤดูฝนจะมาเยือน
ขืน ปล่อยให้โดนฝน ผลองุ่นจะเสียหาย นาป้าจะเย็นในเวลากลางคืน และร้อนอบอ้าวในตอนกลางวัน
การที่นาป้าตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขา จึงทำ ให้เหมาะสำหรับปลูกองุ่นทำไวน์
เพราะกลางวันต้นองุ่นจะรับแสงแดด อย่างเต็มที่ แล้วตอนกลางคืนจะพักผ่อนท่ามกลางความเย็นของท้องทุ่ง
นอกเหนือจาก นั้นนาป้ายังเป็นทางผ่านของลาว่าในยุคที่ภูเขาไฟแถบนั้นยัง
active เป็นแหล่งศูนย์รวมแร่ธาตุนับร้อยชนิด ซึ่งรากของต้นองุ่นจะชอน ไชลงไปใต้ดิน
ดูดเอาแร่ธาตุขึ้นมาแล้วเก็บไว้ที่ผลองุ่น ด้วยเหตุนี้ไวน์จาก นาป้าจึงมีคุณภาพเยี่ยมยอด
โดยเฉพาะโอปุส วัน ได้กลายเป็นไวน์ ที่บรร ดาเศรษฐีจากทั่วโลกกว้านซื้อจนหายวับไปกับตา
จนแทบไม่มีเหลือให้คน อเมริกันได้ลิ้มรส
การเดินทางไปนาป้านับว่าสะดวกง่ายดายมาก หากท่านออกจากเมือง San Francisco
ให้ข้ามสะพานโกลเด้น เกต ไปตามฟรีเวย์ หมายเลข 101 North เมื่อผ่านสะพานไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง
ให้เลี้ยวขวาที่เมือง Santa Rosa จะมีป้ายบอกทางด้านขวา มืออย่างชัดเจน
จากทางแยกฟรีเวย์ จะเป็นถนน สายเล็ก วิ่งไปอีกประมาณไม่เกิน 45 นาที ก็จะมาถึงนาป้า
ป้ายบอกทาง จะเขียนไว้ชัดเจนเป็นระยะๆ รับรองไม่หลงทางอย่างเด็ดขาด จำไว้อย่างเดียวว่า
นาป้าตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 29 คือทางหลวงสายนี้จะตัดผ่ากลางไร่องุ่นของนาป้าขึ้นไปทางทิศเหนือ
แต่ถ้าไปจากทางด้าน Oakland หรือ Sacramento ให้ใช้ฟรีเวย์ 80 แล้วเลี้ยวแยกออกไปตามทางหลวงสาย
29 North จากจุดแยกออกจากฟรีเวย์ 80 ไปตามทางหลวงสาย 29 จะใช้เวลาประมาณ
45 นาที ก็จะถึงนาป้า
หากต้องการไปเที่ยวไร่องุ่น ให้ผ่าน down town ของนาป้าไป เพราะแถว นั้นไม่มีไร่องุ่นให้ดู
ต้องขึ้นเหนือไปอีกอย่างน้อย 15 นาที
คีรี
|