| ตอนที่
๙: ศัพท์ในวงการไวน์ที่ควรรู้ไว้
Chateau คืออาคารที่ตั้งอยู่ในไร่องุ่น
ซึ่งมีโรงงานทำไวน์ และห้องเก็บไวน์รวมอยู่ในบริเวณนั้นด้วยตัวอาคารไม่จำเป็นต้อง
ใหญ่โตมโหฬารแต่อย่างใด แม้แต่ farm house ก็เป็นชาโตได้ ตราบใดที่มีการผลิต
และมีห้องเก็บไวน์
Cuvie คือห้องที่ใช้ผลิตไวน์ ห้องๆนี้ตั้งอยู่ในอาคารชาโตนั่นเอง
Chai คือห้องๆหนึ่งที่อยู่ในชาโต
ใช้สำหรับเก็บถังบ่มไวน์ (barrel)
Vintage คือปีที่ผลิตองุ่น
หรือปีที่เก็บเกี่ยวองุ่นมาทำไวน์
Mis en Bouteille au Chateau บอกให้ทราบว่า
บรรจุขวดภายในไร่องุ่น (มีไร่องุ่นจำนวนมากที่ไม่ทำขวดเอง แต่ไปจ้างข้างนอกบรรจุขวด)
Appellation Pauillac Controlee
บอกให้รู้ว่าเป็นไวน์ที่อยู่ในการดูแลควบคุมคุณภาพเขตปอย ยัค การผลิตไวน์ต้องได้สเป๊คที่ทางการกำหนด
จะเรียกว่าเป็นกฎหมายเลยก็ได้ เขาจะควบคุมการใช้ชื่อเขตปลูกองุ่น จะเอาองุ่นจาก
เขตอื่นแล้วมาใช้ชื่ออีกเขตหนึ่งไม่ได้ เนื้อที่เพาะปลูกมีกี่ไร่และแต่ละไร่ห้ามผลิตไวน์เกินกำหนดเช่น
ต้องผลิตไวน์ ไม่เกิน 1,452 แกลลอน ต่อเนื้อที่ 2.47 เอเคอร์ (หนึ่งเอเคอร์
= 2.5 ไร่) เขาจะควบคุมการปลูกองุ่นตามจำนวน ที่ใช้องุ่นทำไวน์ เช่นชาโต
มูตองใช้ cabernet sauvignon 75% ทำไวน์ ก็ต้องปลูกองุ่นตามเปอร์เซ็นต์ที่ต้องใช้
มีการกำหนดมาตรฐานของระดับแอลกอฮอล์ มีข้อกำหนดสำหรับคนปรุงไวน์ ต้องส่งตัวอย่างไวน์ไปตรวจสอบระดับซัลเฟอร์และคุณภาพก่อนบรรจุขวดเป็นต้น
Claret ชาวอังกฤษจะเรียกว่า
Claret แต่ชาวฝรั่งเศสจะเรียกว่า Clairet หมายถึงไวน์แดงที่มีรสชาติเบาบาง
และสีจาง คือเป็นไวน์ที่เซียนไวน์เมินหน้า
Futures
หมายถึงวิธีการซื้อไวน์ของนักสะสมและเซียนไวน์ เขาจะซื้อล่วงหน้าสองปี
ทันทีที่การเก็บเกี่ยวองุ่นเสร็จสิ้น และต้องรอส่งมอบอีกสองปีถัดไป อย่างเช่นไวน์บอร์โดปี
2000 ทั่วโลกจะรู้กันทั่วว่าปีนั้นเป็นปีที่อากาศดีสุดยอด มีฤดูร้อนที่ยาวนาน
องุ่นสุกเต็มที่ เซียนไวน์จะติดต่อไปที่เอเย่นต์ของไร่องุ่นนั้นๆ ขอซื้อไวน์ล่วงหน้า
ในราคาที่ทางไร่องุ่นคาดว่าราคาน่าจะอยู่ในระดับ นั้น แต่ถ้ามีการแข่งขันกันสูง
ราคาก็จะสูงขึ้นไปด้วย บางปีไวน์ขายหมดล่วงหน้าตั้งแต่วันที่เก็บองุ่นแล้ว
ฉะนั้นผู้ค้าไวน์รายใหญ่ๆ ต้องมีการคาดการล่วงหน้าที่ดี อาจจะดูว่ามีความเสี่ยงสูง
แต่ส่วนใหญ่แล้วจะได้กำไร เพราะราคาเมื่อวางตลาดจะสูงกว่า
Second Wine คือการที่ไร่องุ่นดังๆผลิตไวน์ที่มาจากองุ่นซึ่งมาจากต้นที่ยังเล็ก
อายุต้นองุ่นไม่มากนัก คุณภาพองุ่น ยังไม่ได้มาตรฐานของไร่องุ่นดังๆ จะทิ้งไปก็กระไรอยู่
เพราะไร่องุ่นมักจะมีการปลูกต้นองุ่นทดแทนต้นที่แก่จนหมดสภาพอยู่บ่อยๆ
บางทีก็เป็นองุ่นที่คุณภาพต่ำซึ่งไม่สามารถใช้ผลิตไวน์ตามมาตรฐานได้ ไวน์เหล่านี้ใช้คนปรุงไวน์คนเดียวกับไวน์ดัง
วิธีการผลิตเหมือนกันทุกอย่าง เพียงแต่ต่างกันที่คุณภาพขององุ่น อย่าไปจำสับสนกับไวน์ที่อยู่ในกลุ่มของ
second growth นะครับ ไวน์ที่เป็น second wine จะเป็นไวน์ราคาถูก บางครั้งก็ใช้ชื่อพอให้รู้ว่าเป็นของค่ายดัง
เช่นมีคำว่า Latour
แทรกเข้าไปด้วย แต่ส่วนใหญ่จะตั้งชื่อใหม่ไปเลย
ผมจะยกตัวอย่างไวน์เจ้าดังๆที่ผลิตไวน์ราคาถูก second wine
Bahans Haut-Brion ผลิตโดย Chateau Haut-Brion
Carruades de Lafite-Rothschild คงเดาออกนะครับว่าใครผลิต
Pavillon Rouge du Chateau Margaux เช่นเดียวกันครับ
Les Forts de Latour ผลิตโดย Chateau Latour
Le Petit Cheval ผลิตโดย Cheval Blanc
ฝรั่งเศสแบ่งการควบคุมการผลิตไวน์ออกเป็น
4 กลุ่ม
Vin de Table (table wine) หมายถึงไวน์ราคาถูกที่ใช้ดื่มประจำวัน
ไม่ค่อยมีข้อกำหนดกฎเกณฑ์อะไร ดื่มกันปีต่อปี ไม่เก็บข้ามปี
Vin de Pays ก็คือ country wines เป็นไวน์ที่ใช้ดื่มปีต่อปี
ไม่ต้องเก็บไว้รอดื่มในไวน์เซ็ลล่าร์ เป็น table wine ที่ได้รับการจัดอันดับเป็นหมวดหมู่
แบ่งออกเป็นสามกลุ่มใหญ่
Vin Delimite de Qualite Superieure (VDQS) เป็นกลุ่มของไวน์ดีที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มนี้
อาจจะไม่เข้มงวดเหมือน AOC ที่ดูแลไวน์เกรดหนึ่งและไวน์ดังทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นองุ่นที่ไปปลูกข้ามถิ่น
เช่นองุ่นพันธุ์แดงแต่ไปปลูกในย่านองุ่นพันธุ์ขาว เป็นต้น หรือไม่ก็เป็นไวน์ระดับกลางที่ไม่มีโอกาสพัฒนายกระดับขึ้นไปอยู่ในกลุ่ม
AOC ได้เลย
Appellation dOrigine Controlee (AOC) คือข้อกำหนดควบคุมการผลิตไวน์
และเป็นผู้ที่แบ่งเกรดไวน์ชั้นยอด ของฝรั่งเศส
คีรี ยอดดอย
|